Jump to content

This is Pokemon-Basic forums

The best Pokémon online community in Thailand since 2003. Join us now by clicking the button below. It's fast and easy!
Sign Up!
By Foolboy

โจรใช้รถตู้พุ่งชนร้านขายของเล่นในเนเธอร์แลนด์ หวังฉกเอาโปเกมอนการ์ดเกมที่กำลังราคาแรงในช่วงนี้

กลุ่มโจรใช้รถตู้พุ่งเข้าชนร้านขายของเล่นในประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา และสามารถขโมยเอาของเล่น Lego รวมทั้งกล่อง Pokémon Trading Card Game ไปได้จำนวนหนึ่ง
ตำรวจประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ว่าเกิดเหตุปล้นทรัพย์ขึ้น ที่ร้านขายของเล่นในเมือง Voorburg เมืองที่มีประชากรราว 40,000 คน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ รายงานข่าวระบุว่า พยาน ณ ที่เกิดเหตุ ให้การว่าเห็นชาย 2 คน ใช้รถตู้สีขาวขับพุ่งเข้าชนหน้าร้านขายของเล่นดังกล่าว เมื่อตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว และพบว่า กล้องสามารถบันทึกภาพรถตู้ และป้ายทะเบียนรถของผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้
"ทีมนักสืบและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ณ ที่เกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปที่แนชัดว่ามีอะไรบ้างที่เสียหาย หรือว่าถูกขโมยออกไปจากร้าน" รายงานข่าวระบุ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการของร้านขายของเล่นสาขาดังกล่าวได้รายงานกับทีมข่าวว่า กลุ่มโจรได้ขโมยเอากล่องของเล่น Lego รวมทั้งซองกับเด็ค Pokémon Trading Card Game ไปได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งหลังจากตำรวจได้รับแจ้งเหตุ พวกเขาได้ใช้รถยนต์ รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ในการออกตามล่าหาตัวผู้ก่อเหตุ โดยในตอนแรก พวกเขาได้ติดตามรถตู้ต้องสงสัยคันหนึ่งที่แล่นอยู่บนถนน ซึ่งมีรูปลักษณ์ตรงกับที่บันทึกภาพเอาไว้ได้ในกล้องวงจรปิด ทว่าเมื่อเรียกให้รถตู้ดังกล่าวจอดเพื่อขอตรวจค้นแล้ว กลับพบว่าเป็นรถตู้ผิดคัน หลังจากนั้นในคืนเดียวกัน พวกตำรวจได้ตามไปเจอรถตู้ของผู้ก่อเหตุ จอดทิ้งร้างอยู่บนถนนในเมือง The Hague ที่อยู่ใกล้ๆ กัน
การ์ดเกมต่างๆ ซึ่งรวมถึง Pokémon Trading Card Game กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักสะสม รวมถึงนักลงทุน เนื่องจากมีมูลค่าที่พุ่งสูงขึ้นมาเป็นอย่างมากในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า การ์ดเหล่านั้นได้รับการรับรองเพื่อใช้ในการ "จัดเกรด" เพื่อประเมินมูลค่าโดยองค์กรที่ได้รับการยอมรับ อย่าง Professional Sports Authenticator (PSA) ทำให้นักสะสมยอมทุ่มเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งมีมูลค่าหลายล้านบาท เพื่อให้ได้การ์ดดังกล่าวมาไว้ในครอบครอง 

"การปล้นในครั้งนี้ มีเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาเดิมพันอย่างแน่นอนครับ" ผู้จัดการร้านให้สัมภาษณ์กับนักข่าวจากช่อง Omroep West "The Lego Master เป็นรายการที่กำลังได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกาตอนนี้  และมีส่วนทำให้เลโก้เป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ โปเกมอนการ์ดเกมก็ยังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีมูลค่าที่สูงแค่ไหนครับ" ซึ่งหลังจากที่ถูกปล้นไป ทางร้านขายของเล่นดังกล่าวก็ได้ดำเนินการทำความสะอาด และซ่อมแซมร้าน ก่อนกลับมาเปิดทำการได้ในวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บใดๆ ส่วนตำรวจเนเธอร์แลนด์กำลังอยู่ในระหว่างการสืบพยานหลักฐาน และตามล่าหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ที่มาของข่าว
https://www.vice.com/en/article/jg8z8y/van-rams-into-toy-store-in-dramatic-pokemon-and-lego-heist
https://www.politie.nl/nieuws/2021/september/11/06-voorburg-ramkraak-bij-speelgoedwinkel.html
 
Read more...
By Foolboy

[วิเคราะห์] แฟรนไชส์ Pokémon กำลังติดหล่มความสำเร็จของตัวเองอยู่หรือเปล่า?

หนึ่งในแฟรนไชส์ของเกมและการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลกอย่าง Pokémon กำลังเดินทางมาถึงทางตันหรือไม่? และ Pokémon จะยังคงก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง ในโลกที่มีการแข่งขันกันสูงเช่นนี้ต่อไปได้อย่างไร?
งาน Gamescom งานนิทรรศการออกบูธนำเสนอเกมจากผู้ผลิตวีดีโอเกมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ประเทศเยอรมนี (แต่ปีนี้จัดขึ้นแบบออนไลน์ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19) ซึ่งเพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 25-27 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ มีการออกบูธของเกมต่างๆ มากมาย ซึ่งบางเกมก็เป็นที่คาดหวังจากบรรดาคอเกมเมอร์อยู่แล้วอย่างเช่นการนำเกม Saints Row กลับมาสร้างใหม่เพื่อวางจำหน่ายใน PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Windows PC ในช่วงเดือนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แต่มีอยู่เกมหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจใหักับผู้เข้าชมนิทรรศการเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ตัวอย่างของเกมใหม่ล่าสุด DokeV จากเกาหลีใต้ ที่นำเสนอภาพกราฟิกอันน่าตื่นตะลึง รวมทั้งตัวละครกับแอนิเมชันที่มีความน่ารักสดใส ความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของเกมทั้งที่ยังพัฒนาไม่เสร็จดีนี้ ทำให้ผู้คนต่างสงสัยกันว่า ทำไมสตูดิโอพัฒนาเกมที่แทบไม่ค่อยมีใครได้ยินชื่อหรือคุ้นหูมาก่อนนี้ จึงสามารถรังสรรค์เกมออกมาได้เตะตาผู้เข้าชมงาน จนกลายมาเป็นดาวเด่นของงานได้เกมหนึ่งขนาดนี้

 

ภาพของตัวเกม DokeV ที่กำลังพัฒนาอยู่
 
Pearl Abyss สตูดิโอพัฒนาเกมจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเกม MMORPG อย่าง Black Desert ที่เคยสร้างกระแสตอบรับอย่างดีมาระยะหนึ่งก่อนหน้านี้ คือผู้ที่ริเริ่มพัฒนา่เกม DokeV ขึ้นมา แม้ว่างาน Gamescom จะไม่ได้เป็นงานเกมงานแรกที่ทาง Pearl Abyss เลือกที่จะเปิดตัวอย่างของเกมดังกล่าว เพราะว่าข้อมูลของตัวเกมก็เคยถูกประกาศออกไปในเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับหลายๆ คนรวมทั้งตัวผมเองด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นถึงตัวเกมและความเป็นไปได้ต่างๆ ในการเล่นเกมดังกล่าวแบบเต็มๆ ซึ่งก็นานมาแล้วนะครับ ที่จะมีตัวอย่างของเกมใดก็ตาม ที่สามารถสร้างกระแสตอบรับและถูกกล่าวขวัญถึง อีกทั้งสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้มากขนาดนี้
แต่ก่อนที่ตัวอย่างเกม DokeV จะถูกเปิดตัว และก่อนที่งาน Gamescom จะถูกจัดขึ้นเพียงสัปดาห์เศษๆ Pokémon Presents ตอนล่าสุด ก็เพิ่งจะออกอากาศไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาครับ รายการที่นำเสนอโดย The Pokémon Company นี้ เป็นการพูดถึงเกี่ยวกับเกมโปเกมอนที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งดาวเด่นของการออกอากาศครั้งนี้ก็คือ Pokémon Brilliant Diamond, Pokémon Shining Pearl และ Pokémon Legends: Arceus นั่นเองครับ ถึงแม้การนำเสนอตัวอย่างกลไกต่างๆ ภายในตัวเกม รวมถึงรูปแบบการเล่น และภาพตัวอย่างกราฟิกในเกมที่แสดงออกมาในการออกอากาศครั้งนี้นั้น จะทำออกมาได้ดีกว่าเมื่อตอนที่ตัวเกมประกาศชื่อภาคอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกันกับเกม DokeV ที่ผลิตโดยสตูดิโอเกมที่เล็กกว่า Nintendo และ Creatures Inc. หลายเท่าแล้ว ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า แฟรนไชส์เกมโปเกมอนที่มีอายุครบ 25 ปีแล้ว ทำไมจึงยังไม่สามารถทำตัวเกมให้ออกมามีความน่าตื่นตาตื่นใจ และทันสมัยเข้ากับยุคนี้ได้เสียทีครับ
เกม Pokémon Sword และ Pokémon Shield ก็เคยเผชิญกับเสียงก่นด่าของเหล่าแฟนเกมที่ไม่ชื่นชอบกับตัวเกมกันอยู่เนืองๆ บ้างเหมือนกัน แต่เสียงบ่นเหล่านั้นก็มลายหายสูญไปทันทีที่เกมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเว็บไซต์ Serebii.net ได้รายงานเอาไว้ว่า ยอดจำหน่ายของตัวเกมทั้งสองภาคนั้น มีจำนวนรวมถึง 21 ล้านก๊อปปี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกมโปเกมอนภาค Gold และ Silver ที่เกมโปเกมอนภาคหลักจะมียอดจำหน่ายรวมกับเกิน 20 ล้านก๊อปปี้เช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าแฟรนไชส์เกมโปเกมอนนั้น ยิ่งใหญ่เสียจนบรรดาเสียงบ่น และความไม่ชื่นชอบของแฟนเกมบางกลุ่ม แทบจะไม่มีผลอะไรกับยอดขายของเกมแม้แต่น้อย?
นั่นจึงกลายมาเป็นประเด็นที่เราจะมาวิเคราะห์กันในวันนี้ครับผม แฟรนไชส์ Pokémon กำลังติดหล่มความสำเร็จของตัวเองอยู่หรือเปล่า? แน่นอนว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินครับที่เราจะหาข้อวิจารณ์ใดๆ กับตัวเกมโปเกมอนได้ เพราะสุดท้ายแล้ว เรากำลังพูดถึงหนึ่งในแฟรนไชส์ของเกมและการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จัก และทำรายได้โดยรวมมากที่สุดในโลก โดยจากผลการเก็บข้อมูลเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า Pokémon ทำรายได้จากยอดขายเกม อนิเมะ มังงะ ภาพยนตร์ และผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ รวมกันมากถึง 92,121 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.067 ล้านล้านบาท) มากกว่า Hello Kitty, Mickey Mouse, Star Wars, Marvel แม้กระทั้ง Super Mario ของค่ายเกมเดียวกันเสียอีกครับ นอกจากนี้ เกมโปเกมอนยังไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงในเกมคอนโซลของ Nintendo อย่าง Nintendo Switch หรือ Nintendo 3DS แต่เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ยังรุกเข้าไปแข่งขันในตลาดเกมในสมาร์ตโฟน รวมทั้งแฟรนไชส์ยังขยายตัวออกไปถึงซีรีย์การ์ตูน ทั้งมังงะ และอนิเมะ ภาพยนตร์ การ์ดเกม แม้กระทั้งสินค้ามากมายมหาศาลที่ล่อตาล่อใจบรรดาเด็กและผู้ใหญ่ให้หาซื้อมาเป็นเจ้าของกัน (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันครับ 55+) จนกลายมาเป็นแหล่งรายได้อันดับ 1 ของแฟรนไชส์ แซงหน้าเกมภาคหลักไปเรียบร้อย ซึ่งแฟรนไชส์ Pokémon เอง ควรที่จะใช้การพัฒนาเกมภาคหลัก เป็นตัวเชิดหน้าชูตา เพื่อส่งเสริมให้ตลาดเกมโปเกมอน ยังคงเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ และทำให้เป็นจุดดึงดูดหลักจุดหนึ่งของแฟรนไชส์โดยภาพรวมต่อไป เหมือนกับที่เคยเป็นมาในยุคแรกๆ ของ Pokémon ที่มีเกมภาคหลักเพียงแค่ Red, Blue, Green และ Yellow เท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แฟรนไชส์ Pokémon ยังคงพยายามทำเช่นนั้นอยู่แน่จริงๆ หรือ

25 อันดับของแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดตลอดกาล วัดจากยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์โดยรวม
แต่ทว่า ภาพตัวอย่างของเกม Pokémon Brilliant Diamond, Pokémon Shining Pearl หรือ Pokémon Legends: Arceus ที่ปรากฎในการออกอากาศที่ผ่านมา กลับทำให้แฟนๆ เกมบางคนผิดหวังว่า ทำไมเกมภาครีเมคที่ทำออกมา ทั้งที่ได้พัฒนามาอยู่ในแพลตฟอร์มอย่าง Nintendo Switch ทั้งทีแล้ว จึงทำออกมาได้ไม่ "ว้าว" กันอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จริงอยู่ครับที่ตัวเกมนั้น มีการนำเสนอรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากเกมภาคดั้งเดิม แต่ทว่าเกมโปเกมอนในปีนี้ กลับยังไม่สามารถสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้มากพอเหมือนกับเกมรีเมค หรือว่ารีมาสเตอร์จากค่ายเกมอื่นๆ เลย (ลองดูเกม Diablo II: Resurrected เป็นตัวอย่างของลักษณะการทำเกมรีมาสเตอร์ที่คู่ควรก็ได้ครับ)
เรายังสามารถเปรียบเทียบสเกลความน่าตื่นตาตื่นใจของตัวอย่างเกมได้ กับอีก 3 เกมของ Nintendo Switch ที่ปล่อยตัวอย่างเกมออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อาทิ The Legend of Zelda: Link’s Awakening, The Legend of Zelda: Breath of the Wild 2 และ Xenoblade Chronicles: Definitive Edition ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกราฟิกอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ถูกพัฒนาขึ้นผิดไปจากเกมภาคก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ The Legend of Zelda: Breath of the Wild 2 ภาคต่อของเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดเกมหนึ่ง เท่าที่เคยมีมาใน Nintendo Switch (และอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดเท่าที่ Nintendo เคยทำออกมาเลยก็เป็นได้ครับ) แต่ผมก็ยังให้ข้อยกเว้นกับตัวอย่างใหม่ล่าสุดของ Pokémon Legends: Arceus ที่ดูจะพัฒนาเกมออกมาได้ถูกทาง และเข้าใกล้สไตล์การเล่นเกมแบบ Breath of the Wild เข้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังดูไม่น่าตื่นตาตื่นใจในระดับที่เท่าเทียมกันก็ตามครับ
 
เหตุผลส่วนหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุให้เกมโปเกมอนภาคหลักในปัจจุบัน ยังคงไม่สามารถทำออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจมากพอ อาจจะซ่อนตัวอยู่ในข้อจำกัดทางด้านฮาร์ดแวร์ของ Nintendo Switch เองก็เป็นได้ครับ ซึ่งถึงแม้จะเป็นเกมคอนโซลเวอร์ชั่นล่าสุดของทาง Nintendo แต่ก็ยังคงมีประสิทธิภาพในด้านการแสดงผลกราฟิกที่ห่างไกลคู่แข่งอย่าง Microsoft Xbox Series X/S หรือ Sony PlayStation 5 ชนิดไม่เห็นฝุ่น อย่างที่แฟนๆ เกม Xenoblade ได้ประสบกันมาแล้ว เมื่อตัวเกมภาคที่สอง ถูกวางจำหน่ายไปเมื่อช่วงปี 2560 กลับไม่สามารถทำงานได้บน Nintendo Switch อย่างลื่นไหล และประสบปัญหาในการแสดงผลอยู่บ้าง จนเจอเสียงก่นด่าของแฟนๆ ไปพอสมควร ซึ่ง ณ ตอนนี้ Nintendo Switch ก็ได้เดินทางมาถึงปีที่ 4 นับตั้งแต่วันวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มีนาม 2560 แล้ว คงจะหาผู้พัฒนาเกมได้ยากขึ้นที่จะสนใจมาพัฒนาเกม หรือว่า Port เกมที่มีภาพกราฟิกสวยๆ มายังเกมคอนโซลที่เริ่มมีอายุมากขึ้น และมีข้อจำกัดทางการการแสดงผลกราฟิกเช่นนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เกมที่พัฒนาโดย Nintendo และ Studio ต่างๆ ในเครือของตนเอง ก็ยังคงมีความน่าดึงดูดมากพอให้ผู้เล่นยอมจ่ายเงินเพื่อเล่นอยู่ได้บ้าง อย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild ที่วางจำหน่ายพร้อมกันกับตัวคอนโซล Nintendo Switch ก็ยังคงสร้างยอดขายมาได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ จึงอาจจะไม่ใช่ข้อสรุปที่ฟันธงไปได้ว่า ทำไมเกมโปเกมอนภาคหลักจะทำออกมาให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจบน Nintendo Switch เหมือนอย่างเกมภาค Pokémon Sword และ Pokémon Shield ที่เคยทำไปได้แล้วบ้าง
แม้จะมีข่าวลือเรื่องของการพัฒนาเกมคอนโซลยุคถัดไปของ Nintendo อย่าง “Switch Pro” วนเวียนอยู่ในความคิดของแฟนๆ เกมอยู่บ้าง แต่จนถึงตอนนี้ ความฝันดังกล่าวก็ยังคงเป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะว่าข่าวการพัฒนา Nintendo Switch ครั้งล่าสุด ก็ยังคงเป็นเพียงแค่การผลิต Nintendo Switch รุ่นที่ใช้หน้าจอ OLED เพิ่มขึ้นมาอีก 1 รุ่น (ที่ทาง Nintendo บอกเอาไว้ว่าสามารถแสดงเฉดสีได้ดีกว่า Nintendo Switch รุ่นดั้งเดิมที่ใช้หน้าจอ LCD อย่างมาก) อย่างไรก็ตาม แฟนๆ เกมของ Nintendo หลายคนก็ยังคงคาดหวังให้ทาง Nintendo เร่งพัฒนาเกมคอนโซลยุคถัดไปออกมาโดยเร็ว เพื่อที่เกมต่างๆ จากทางค่ายฯ รวมถึงโปเกมอน จะได้มีโอกาสพัฒนาภาพกราฟิกให้ออกมาทัดเทียมหรือว่าเหนือกว่าเกมจากค่ายอื่นๆ บ้าง แต่แฟนๆ จะต้องรอไปอีกนานเท่าใดกันครับ ในเมื่อทั้ง The Pokémon Company, Game Freak และ Nintendo ต่างนั่งอยู่บนบัลลังก์ราชาแห่งแฟรนไชส์ ที่ยากจะหาใครมาโค่นได้ (ยังมีแฟรนไชส์ที่พยายามแย่งส่วนแบ่งตลาดโปเกมอนโดยตรงอยู่บ้างนะครับ อย่าง Yo-kai Watch หรือ Digimon แต่ก็ไม่มีเจ้าใดที่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดของโปเกมอนไปได้อย่างมีนัยสำคัญ) ในเมื่อตัวเองเป็นแฟรนไชส์อันดับ 1 ของโลกแล้ว จะมาเสียแรงเสียเวลา มานั่งเปลี่ยนสิ่งที่ยังคงขายได้เมื่อ 10-20 ปีก่อนไปทำไมกันละครับ
ความยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ Pokémon  เอง อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทางผู้พัฒนาเกมฯ ไม่กล้าที่จะเสี่ยงฉีกกฎเกณฑ์อะไรออกไปมากกว่านี้ ในการทำเกมโปเกมอนภาคหลัก ทำให้เรายังคงวนเวียนอยู่กับสไตล์การเล่นเกมโปเกมอนที่ไม่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนมากนัก หรืออาจจะมีสาเหตุอื่นๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่นอกเหนือสายตาของเหล่าผู้เล่นและลูกค้าอย่างเราๆ ท่านๆ แต่มีสิ่งหนึ่งครับที่เป็นที่แน่ชัด ก็คือ ต่อให้เกมโปเกมอนจะมีคนติเตียนว่ากล่าวกันมากสักเพียงใดก็ตาม เกมโปเกมอนภาคใหม่ที่กำลังจะออกมานี้ ก็ยังคงขายได้อยู่วันยังค่ำ อย่างที่ Pokémon Sword และ Pokémon Shield ได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นมาก่อนแล้ว และผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตอันใกล้นี้ แต่สำหรับผม รวมทั้งแฟนๆ เกมที่ติดตามแฟรนไชส์ Pokémon  มาอย่างยาวนาน นอกจากจะคาดหวังอยู่ในใจลึกๆ ให้ Pokémon  ยังคงประสบความสำเร็จเช่นนี้ต่อเนื่องไปตราบนานเท่านานแล้ว ยังคาดหวังให้เกม Pokémon  พัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อดึงดูดให้คนนอกแวดวงให้หันมาสนใจแฟรนไชส์นี้กันมากขึ้นอีกด้วยครับ
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะมีเกมที่ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจสักเพียงใดก็ตาม อย่าง DokeV และอีกหลายๆ เกมที่ผมไม่ได้พูดถึง ณ ที่นี้ ที่หวังจะเข้ามาแข่งขัน หรือว่าช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดไป แต่ผมยังเชื่อว่า Pokémon  จะยังคงสามารถรักษามนต์เสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวมันเอง และทำให้แฟรนไชส์ยังคงสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง แต่ความสำเร็จนี้ไม่อาจคงอยู่ได้ด้วยตัวมันเองอย่างแน่นอนครับ อยู่ที่ทาง The Pokémon Company, Game Freak และ Nintendo  ตลอดจนทั้งแฟนๆ โปเกมอนทั่วทุกมุมโลกแล้วละครับ ว่าจะยังคงสามารถรักษาโมเมนตัมแห่งความสำเร็จนี้ เอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ 


Read more...
By Nameless-san

Pikachu number025 คอลเลคชันมื้อกลางวันพร้อมเสิร์ฟเร็วๆนี้

จากซีรีส์ "Pikachu number025" ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์อาหารกลางวันแปรรูปต้านเชื้อแบคทีเรียแล้ว!
พิคาชูที่กำลังกินผลเบอรี่อยู่ในพวงพุ่มดอกไม้ ที่ถูกวาดด้วยสีน้ำเงินดีไซน์สุดคลาสสิคนี้ ช่างน่ารักเสียจริง
มาสนุกกับเวลาอาหารกลางวันกับซีรีส์กันเถอะ!
โดยสินค้าชุดนี้จำหน่ายภายเดือนกันยายนนี้
 

กล่องอาหารกลางวันป้องกันแบคทีเรีย 1 ชั้น 1,815 เยน
กล่องอาหารกลางวันป้องกันแบคทีเรีย 2 ชั้น 2,090 เยน
 

ชุดกล่องตะเกียบต้านเชื้อแบคทีเรีย 535 เยน
ชุดต้านเชื้อแบคทีเรีย 1,210 เยน
 

ผ้ากลางวันต้านเชื้อแบคทีเรีย 935 เยน
 

กระเป๋าสตางค์แบบมีหูรูดป้องกันแบคทีเรีย 935 เยน
กระเป๋าใส่อาหารกลางวันต้านเชื้อแบคทีเรีย 1,100 เยน
 

กระเป๋าเก็บความเย็น 2,640 เยน
 

กล่องใส่ขวด 1,650 เยน
 
ที่มา : https://www.pokemon.co.jp/goods/2021/09/210917_da01.html
Read more...
By Foolboy

การแข่งขันประกวดออกแบบ Pokémon TCG ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 700,000 บาท

The Pokémon Company ประกาศจัดการแข่งขันประกวดการออกแบบ Pokémon Trading Card Game เพื่อเฟ้นหาลวดลายของการ์ดเกม ที่จะถูกนำไปใช้ทำเป็น Promo Card เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของโปเกมอนแฟรนไชส์ ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมถึง 20,500 เหรียญสหรัฐ หรือราว 682,455 บาท
นับตั้งแต่ Pokémon Trading Card Game ได้ถูกผลิตออกมาเพื่อวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นส่วนต่อขยายโปเกมอนแฟรนไชส์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น มันก็ได้รับความนิยมจากทั้งผู้เล่นและนักสะสมเป็นอย่างมาก จนกลายมาเป็นหนึ่งในเทรดดิ้ง การ์ดเกมที่ประสบความสำเร็จ และมียอดจำหน่ายโดยรวมสูงที่สุดในโลก ซึ่งในปัจจุบัน Pokémon Trading Card Game ได้ถูกผลิตขึ้นและวางจำหน่ายอยู่ใน 76 ประเทศทั่วโลก และถูกแปลเป็น 13 ภาษา ซึ่งรวมถึงภาษาไทยของเราด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของ Pokémon Trading Card Game ซึ่งอยู่ในเวลาไล่เลี่ยเดียวกันกับ วาระครบรอบ 25 ปีของ Pokémon แฟรนไชส์ ทาง The Pokémon Company และ Creatures Inc. สตูดิโอผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาทั้งตัวเกม Pokémon ภาคหลัก และ Pokémon Trading Card Game นี้ จึงได้ริเริ่มจัดการประกวดออกแบบ Pokémon Trading Card Game ในชื่อการประกวดว่า Pokémon Card Game Illustration Grand Prix Contest ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่การประกวดนี้จัดขึ้น เพื่อเฟ้นหาศิลปินผู้มากความสามารถ ในการออกแบบลวดลายภาพวาดบนโปเกมอน เทรดดิ้งการ์ดเกม ที่มีความสวยงาม โดยในปีนี้จะมีความพิเศษตรงที่การประกวด จะเปิดรับผลงานของผู้เข้าประกวดจากในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย จากแต่เดิมที่การประกวดครั้งก่อนๆ จะรับผลงานจากผู้เข้าประกวด ในประเทศญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว
 ระยะเวลาส่งผลงานเข้าประกวด: 14 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. - 31 มกราคม 2565 เวลา 21.59 น. ตามเวลาประเทศไทย
โดยการประกวด Pokémon Card Game Illustration Grand Prix Contest ในครั้งนี้ จะจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "ชีวิตประจำวันของเหล่าโปเกมอน" -「ポケモンの日常(生活)」- “The Daily Life of Pokémon” ซึ่งผู้เข้าประกวดจะต้องเลือกเอาโปเกมอน 1 ตัว จากใน 8 ตัวด้านล่างนี้ มาวาดรูปเพื่อแสดงถึงการใช้ชีวิตประจำวันในธรรมชาติของโปเกมอนตัวดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นอิริยาบถของโปเกมอนตามธรรมชาติ หรือการออกผจญภัยไปในโลกกว้างอย่างสนุกสนาน ผู้เข้าประกวดสามารถแสดงไอเดียเพื่อรังสรรค์ผลงานให้เข้ากับหัวข้อการประกวดดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ โดยมีข้อแม้ว่า ผู้เข้าประกวดจะต้องไม่วาดโปเกมอนดังกล่าวในรูปแบบสีแตกต่าง (色違いのポケモン - Shiny Pokémon) และจะต้องไม่ดัดแปลงดีไซน์ของตัวโปเกมอนไปจากดีไซน์ดั้งเดิมอย่างเป็นทางการ

ซึ่งโปเกมอนทั้ง 8 ตัวดังกล่าว ประกอบไปด้วย
#001 ฟุชิกิดาเนะ - フシギダネ - Bulbasaur   
ประเภท: โปเกมอนเมล็ด ส่วนสูง: 0.7m น้ำหนัก: 6.9 kg คุณสมบัติจากโปเกเด็กซ์: โปเกมอนตัวนี้มีเมล็ดพืชติดอยู่ที่กลางหลังตั้งแต่วันที่ถือกำเนิดขึ้นมา เมล็ดนี้จะค่อยๆ โตขึ้นทีละนิด ในช่วงวัยเด็ก โปเกมอนตัวนี้ใช้สารอาหารที่เก็บอยู่ในเมล็ดพืชดังกล่าวเพื่อใช้ในการเจริญเติบโด

#006 ลิซาร์ดอน - リザードン - Charizard   
ประเภท: โปเกมอนเปลวเพลิง ส่วนสูง: 1.7m น้ำหนัก: 90.5 kg คุณสมบัติจากโปเกเด็กซ์: พ่นไฟอันร้อนแรงพอที่จะแผดเผาหินได้ บางครั้งก็ทำให้เกิดไฟป่าเนื่องจากเปลวเพลิงที่พ่นออกมา นอกจากนี้ ปีกอันมหึมาของมันยังสามารถพาโปเกมอนตัวนี้บินไปได้สูงถึง 1.4 กิโลเมตรเลยทีเดียว

#025 พิคาชู - ピカチュウ - Pikachu  
ประเภท: โปเกมอนหนู ส่วนสูง: 0.4m น้ำหนัก: 6.0 kg คุณสมบัติจากโปเกเด็กซ์: ยิ่งไฟฟ้าที่พิคาชูผลิตมีความรุนแรงมากเท่าไร กระพุ้งแก้มก็ยิ่งนิ่มและยืดได้มากขึ้นเท่านั้น เมื่อพิคาชูสองตัวพบหน้ากัน พวกมันจะทักทายกันโดยหางแตะกัน และแลกเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าระหว่างกัน

#059 วินดี - ウインディ - Arcanine  
ประเภท: โปเกมอนในตำนาน ส่วนสูง: 1.9m น้ำหนัก: 155.0 kg คุณสมบัติจากโปเกเด็กซ์: ร่างที่วิ่งระยะทางกว่า 10,000 กิโลเมตร ภายในหนึ่งวันหนึ่งคืน ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงใหล ความสวยงามของโปเกมอนตัวนี้เป็นที่น่าชื่นชมมาอย่างยาวนาน มันสามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วราวกับมีปีกโบยบิน

#078 แกลล็อป (ร่างกาลาร์) - ギャロップ(ガラルのすがた)- Galarian Rapidash   
ประเภท: โปเกมอนเขาเดี่ยว ส่วนสูง: 1.7m น้ำหนัก: 80.0 kg คุณสมบัติจากโปเกเด็กซ์: ไซโคคัตเตอร์ที่ปล่อยจากเขานั้นมีพลังแรงกล้า พลังทำลายล้างขนาดเจาะรูแผ่นโลหะหนาได้ ความสง่างามและหยิ่งทะนง โปเกมอนตัวนี้วิ่งบุกป่าฝ่าดงไปได้อย่างง่ายดาย โดยอาศัยพลังจิตที่อัดแน่นอยู่ในขน ที่ปลายกีบของมันช่วยนำทาง

#212 ฮัซซัม - ハッサム - Scizor   
ประเภท: โปเกมอนก้ามปู ส่วนสูง: 1.8m น้ำหนัก: 118.0 kg คุณสมบัติจากโปเกเด็กซ์: ก้ามปูอันมหึหมา ซึ่งมีน้ำหนักมากถึงหนึ่งในสามของน้ำหนักตัวของฮัซซัม เพียงแค่ตวัดเดียวก็สามารถทลายก้อนหินให้ราบเป็นหน้ากลองได้ แม้ว่าร่างกายภายนอกจะดูเรียวเล็ก แต่ฮัซซัมมีพลังในการโจมตีอย่างเหลือเชื่อ นั่นเป็นเพราะว่า แม้แต่มวลกล้ามเนื้อของฮัซซัมก็ยังประกอบขึ้นมาจากโลหะนั่นเอง

 
#658 เก็คโคกะ - ゲッコウガ - Greninja   
ประเภท: โปเกมอนนินจา ส่วนสูง: 1.5m น้ำหนัก: 40.0 kg คุณสมบัติจากโปเกเด็กซ์: จะบีบอัดน้ำสร้างดาวกระจายขึ้นมา เมื่อขว้างให้หมุนด้วยความเร็วสูงแม้แต่เหล็กก็ยังขาดเป็น 2 ท่อน โปเกมอนตัวนี้ปรากฎตัวขึ้นและจากไปราวกับเป็นนินจา ต่อสู้กับศัตรูอย่างว่องไวและง่ายดายราวกับเป็นของเล่น และโค่นศัตรูลงด้วยดาวกระจายก้อนน้ำอันแหลมคม

#845 อุ๊อุ - ウッウ - Cramorant    
ประเภท: โปเกมอนจอมกระเดือก ส่วนสูง: 0.8m น้ำหนัก: 18.0 kg คุณสมบัติจากโปเกเด็กซ์: ทรงพลังขนาดโจมตีคู่ต่อสู้ให้แพ้ได้ในครั้งเดียว แต่เนื่องจากขี้ลืมจึงมักลืมคู่ต่อสู้ที่สู้อยู่ โปเกมอนจอมตะกละนี้ชอบเขมือบ ซาชิคามาสึ - サシカマス - Arrokuda อยู่เป็นประจำ แต่บางครั้งก็ชอบไปเขมือบโปเกมอนหรือผู้คนที่ไม่ได้เป็นเหยื่อตามธรรมชาติของมัน

 เงื่อนไขของผลงานที่ส่งเข้าประกวด
ผลงานจะต้องประกอบไปด้วยโปเกมอน 1 ใน 8 ตัวข้างต้น ที่ถูกวาดขึ้นมาพร้อมกับฉากหลัง โดยมีการออกแบบผลงานเป็นไปตามหัวข้อการประกวดที่กำหนดเอาไว้ ห้ามมิให้มีข้อความ หรือตัวเลขใดๆ ปรากฎอยู่ในผลงานดังกล่าว ผลงานต้องอยู่ในรูปแบบดิจิตอล โดยใช้ไฟล์นามสกุล JPEG หรือ PNG(โทนสีแบบ RGB)และมีขนาดภาพไม่เกิน 1,080 x 680 pixels รวมทั้งมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 3 MB ทั้งนี้ หากผลงานของผู้เข้าประกวดได้รับรางวัลชนะเลิศ หรือรองชนะเลิศ ทางผู้จัดการประกวดอาจติดต่อกลับไปยังผู้เข้าประกวด เพื่อให้ส่งผลงานกลับมาใหม่ที่มีความละเอียดของภาพที่สูงขึ้น เพื่อใช้ในการพิมพ์การ์ด Promo ออกมาต่อไป โดยทั่วไปแล้ว ภาพที่ส่งเข้าประกวด ควรจะมีโปเกมอนปรากฎอยู่ในภาพเพียง 1 ตัวต่อ 1 ผลงานเท่านั้น เพื่อความง่ายในการบ่งชี้ว่าการ์ดเกมใบนั้นเป็นของโปเกมอนตัวที่ปรากฎอยู่ในภาพ อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้เข้าประกวดสามารถออกแบบผลงานให้ผู้ชมภาพสามารถจำแนกได้ง่ายว่า มีโปเกมอนเพียงตัวเดียวในภาพ ที่เป็นตัวละครหลักของผลงาน ก็สามารถวาดโปเกมอนตัวอื่น (ไม่จำเป็นต้องเป็น 1 ใน 8 ตัวข้างต้น) เข้ามาประกอบในภาพได้ด้วย ผู้เข้าประกวด 1 คน สามารถส่งผลงานเข้ามาได้สูงสุดเพียง 3 ผลงานเท่านั้น โดยไม่ได้บังคับว่าจะต้องเป็นภาพโปเกมอนคนละตัวกัน สามารถวาดภาพโปเกมอนเพียง 1 ตัวเข้ามา 3 ภาพเลยก็ได้ คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด
ต้องเป็นผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา อย่างถูกต้องตามกฎหมาย  (แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพลเมืองของประเทศดังกล่าว) ตลอดระยะเวลาการเข้าประกวดเท่านั้น ผู้เข้าประกวดต้องเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้เข้าแข่งขันเป็นพลเมืองอยู่ ทางผู้เข้าประกวดปฏิเสธไม่รับผลงานจากเยาวชนในการประกวดครั้งนี้ รับทราบในข้อตกลงและเงื่อนไข รวมทั้ง นโยบายความเป็นส่วนตัว จากทาง The Pokémon Company สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ที่ https://www.ptcgic-cr.com/2022/en/application/ หลังจากเริ่มต้นการประกวดอย่างเป็นทางการ
กรรมการตัดสินผลงาน

Tsunekazu Ishihara
石原 恒和
ประธานบริษัท The Pokémon Company (Japan)

Hirokazu Tanaka
田中 宏和
ประธานบริษัท Creatures Inc.

Kenji Okubo
大久保 賢司
ประธานบริษัท The Pokémon Company International

Yuji Kitano
北野 祐司
กรรมการบริหารอาวุโส Creatures Inc.
Atsuko Ujiie (氏家 淳子) กรรมการบริหาร และหัวหน้าฝ่ายศิลป์ CG Studio, Creatures Inc. Satoru Nagaya (長屋 悟) หัวหน้าฝ่ายศิลป์ Creatures Inc. Kouki Saitou (斉藤 コーキ) ศิลปินวาดภาพประกอบการ์ด Pokémon TCG Tomokazu Komiya (こみや トモカズ) ศิลปินวาดภาพประกอบการ์ด Pokémon TCG AKIRA EGAWA (江川 あきら) ศิลปินวาดภาพประกอบการ์ด Pokémon TCG โดยกรรมการทั้ง 9 ท่าน จะตัดสินผลงานโดยใช้เกณฑ์การตัดสินดังต่อไปนี้
การตีความของหัวข้อของการประกวด ที่สื่อออกมาในผลงาน  (40%) ความคิดสร้างสรรค์ และความไม่เหมือนใครของผลงาน (30%) ดีไซน์ของผลงานโดยภาพรวม (30%) ผลงานที่ส่งเข้ามามีความเหมาะสม ไม่ขัดต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ Pokémon การประกาศผลการตัดสิน และผู้ชนะการประกวด
การประกาศผลการตัดสิน จะประกาศในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการประกวดครั้งนี้ https://www.ptcgic-cr.com/2022/en/ ภายในต้นเดือนมิถุนายน 2565
ของรางวัล
  Grand Prize Winner
ผลงานจากผู้เข้าประกวดเพียง 1 คน ไม่ว่าจะมาจากประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ถูกคัดเลือกให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับรางวัลเป็นเงินสดมูลค่า 5,000 เหรียญสหรัฐ (166,452 บาท) และผลงานของผู้เข้าประกวดจะได้รับการผลิตเป็น Pokémon TCG Promo Card ชุดพิเศษเพื่อวางจำหน่ายอีกด้วย
 First Runner-Up (จากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น)
ผลงานจากผู้เข้าประกวด 1 คนจากประเทศญี่ปุ่น และอีก 1 คนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ถูกคัดเลือกให้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ  จะได้รับรางวัลเป็นเงินสดมูลค่า คนละ 3,000 เหรียญสหรัฐ (99,871 บาท) และผลงานของผู้เข้าประกวดจะได้รับการผลิตเป็น Pokémon TCG Promo Card ชุดพิเศษเพื่อวางจำหน่ายอีกด้วย
 Second Runner-Up 
ผลงานจากผู้เข้าประกวด 2 คน ไม่ว่าจะมาจากประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ถูกคัดเลือกให้ได้รับรางวัลอันดับที่ 3 จะได้รับรางวัลเป็นเงินสดมูลค่า คนละ 1,000 เหรียญสหรัฐ (33,290 บาท) 
 Judges’ Award
ผลงานจากผู้เข้าประกวด 15 คน  ไม่ว่าจะมาจากประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เข้าตาคณะกรรมการผู้ตัดสิน จะได้รับรางวัลเป็นเงินสดมูลค่า คนละ 500 เหรียญสหรัฐ (16,645 บาท) 
รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสิ้น 20,500 เหรียญสหรัฐ หรือราว 682,455 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติมของการประกวด สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ https://www.ptcgic-cr.com/2022/en/
Read more...
By Foolboy

ทำเป็นการ์ดเกมไปได้ เมื่อโอรีโอลายโปเกมอนถูกนำไปประมูลต่อในราคาแพงเว่อร์

ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทาง The Pokémon Company ได้มีการเปิดตัว Pokémon x OREO ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างทางโปเกมอน และ Mondelez International เพื่อผลิตขนมคุกกี้ยี่ห้อดังอย่าง Oreo ออกมาเป็นลวดลายโปเกมอนแบบ Limited-Edition จำนวนทั้งสิ้น 16 ลาย อาทิ Pikachu, Bulbasaur, Charmander, Squirtle, Dratin, Sableye, Grookey, Pancham, Rowlet และ Piplup เป็นต้น เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของโปเกมอนแฟรนไชส์ โดยมีลายของโปเกมอนในตำนานอย่าง Mew เป็นลายที่หายากที่สุด เพื่อให้แฟนๆ ได้หาซื้อมากินหรือว่าสะสมเป็นเจ้าของกัน โดยได้ออกวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าจะมีเหล่าเทรนเนอร์บางคนผุดไอเดียที่จะตีราคาขนมคุกกี้รุ่นพิเศษนี้ ราวกับเป็นโปเกมอน เทรดดิ้งการ์ดเกมกันแล้วละครับ
โดยในเว็บไซต์ประมูล eBay ได้มีการวางจำหน่าย Oreo ลาย Mew ซึ่งเป็นลายที่หายากที่สุด เอาไว้ที่มูลค่าสูงถึง 1,000 เหรียญสหรัฐ (33,286 บาท) เลยทีเดียว ส่วนโอริโอลายโปเกมอนตัวอื่นๆ ก็มีวางจำหน่ายอยู่ในเว็บไซต์ดังกล่าวเช่นเดียวกันที่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถึงแม้ว่าคุกกี้โอริโอลายพิเศษนี้จะเพิ่งวางขายไปได้ไม่นาน และยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าตลาดประมูลคุกกี้โอริโอเช่นนี้จะรุ่ง (หรือมีคนหลงกลซื้อเข้าไป) หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ มีคุกกี้โอริโอลาย Mew ที่ขายออกไปได้สำเร็จแล้วที่ราคา 1,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมาครับ ซึ่งคาดการณ์ได้ไม่ยากเลยครับว่า เมื่อหมดช่วงโปรโมชันวางจำหน่ายคุกกี้ไปแล้ว จะต้องมีผู้คนนำเอาคุกกี้โอริโอลายโปเกมอนออกมาประมูลกันมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ


เป็นเรื่องปกติไปแล้วครับสำหรับบรรดาของสะสมจากแฟรนไชส์เกมต่างๆ ไม่ได้เฉพาะแต่เพียงโปเกมอนเท่านั้น ที่จะมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเกิดสินค้าดังกล่าวมีความหายากในตัวมากพอ และมีคนพร้อมที่จะยอมจ่ายเพื่อให้ได้มาไว้ในครอบครอง ยกตัวอย่างเช่น ตลับเกม Super Mario Bros. เวอร์ชันแรกสุดจากเครื่อง NES สภาพใหม่ยังไม่ได้แกะ ที่เพิ่งมีคนยอมจ่ายเงินไปมากถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 66.5 ล้านบาท) และกลายเป็นตลับเกมชิ้นเดียว ที่มีผู้ประมูลไปด้วยราคาสูงที่สุดในโลก ดูเหมือนว่าขนมคุกกี้ธรรมดาชิ้นนี้ก็กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ดังกล่าวไปแล้วด้วยเช่นกันครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมของ Pokémon x OREO ดูได้ที่ https://www.oreo.com/pokemon
ที่มา
https://gamerant.com/pokemon-oreos-ebay/
https://comicbook.com/gaming/news/pokemon-oreos-close-ups-details/
https://gamerant.com/super-mario-bros-rally-auction-record/
Read more...

[Fiction] ตามหาหัวใจที่หายไปของนายต่างโลก


Nameless-san
 Share

Recommended Posts

สวัสดีค่ะ :spinda1: กลับมาอีกครั้งพบกับ Nameless-san ในช่วงของฟิคชันหรือนิยายนะคะ ในกระทู้นี้จะนำเสนอเรื่องราวแฟนตาซีของเด็กสาว ม.ปลาย ธรรมดาคนหนึ่ง กับหนุ่มแวมไพร์สุดหล่อ(?) ทั้งบนโลกมนุษย์และโลกของแวมไพร์ กับการผจญถัยที่แสนจะท้าทายของทั้งสองคนพร้อมกับเพื่อนร่วมชั้นของเธอ ในเรื่อง "ตามหาหัวใจที่หายไปของนายต่างโลก" นั่นเองค่ะ

ว่าแล้วก็ดูสารบัญข้างล่างได้เลยค่ะ

 

  • Like 2
Link to comment
Share on other sites

ณ ห้องเล็กๆห้องหนึ่ง ที่มีผ้าปิดคลุมทั้งเพดาน มีแสงสว่างจากหลอดไฟน้ำเงินเท่านั้น มีคนๆหนึ่ง คลุมทั้งหน้า กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าลูกแก้ว ได้ทักทายผู้ชายคนหนึ่ง

"สวัสดี เจ้าเป็นใคร ถึงอยากมาดูดวงที่นี่" เสียงเข้มๆนั้นดังขึ้น

"ช่วงนี้ข้าต้องการรู้ว่าความรักต่อจากนี้เป็นยังไง"

ชายผู้คลุมผ้าได้นิ่งเงียบ และพูดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว และในลูกแก้วลูกใหญ่นั้นก็ได้ปรากฏเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินริมถนน

"เจ้าอาจจะพบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอคนนั้นไม่ได้มีพลังเวทย์มนต์และเผ่าพันธุ์เดียวกันกับพวกเรา แต่เจ้าจะได้เห็นเสน่ห์ของเด็กคนนั้น แล้วเด็กคนนั้นอาจจะมีผลในชีวิตเจ้า"

"งั้นหรอ... แล้วข้าจะได้เจอเด็กคนนั้นที่ไหนละ"

"ข้ารู้นะว่า เจ้าต้องการไปที่โลกมนุษย์ เจ้าคงได้เจอเด็กคนนั้นที่นั่น ขอให้เจ้าโชคดี"

เมื่อหมอดูพูดจบ ชายที่มาดูดวงนั้น ได้เดินออกไปจากห้องดูดวง

...แล้วเด็กคนนั้นเป็นใครกัน

  • Like 2
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 1 พบกันครั้งแรก

สอบเสร็จแล้ว!!!

ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ พวกเราสอบเสร็จแล้วจริงๆ แล้วก็รอทำความสะอาดห้องเป็นครั้งสุดท้ายของชั้นปี พวกเราจึงได้อ่านนิตยสารที่พวกเราสนใจอย่างเช่น I-like, Zenshu กัน

อ้อ! ลืมแนะนำตัวไปเลยค่ะ ฉันชื่อ ‘ไวท์’ อายุ 15 ปี เกิดราศีเมษ เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 1 ที่ปีหน้า กำลังจะขึ้นปีที่ 2 ฉันอยู่ในโรงเรียนเฉพาะของมัธยมปลายแห่งหนึ่งค่ะ เป็นโรงเรียนสหศึกษา ฉันเรียนอยู่สาย วิทย์-คณิต ค่ะ

“ไวท์ ราศีเธอบอกว่าอาจจะเจอคนที่ถูกใจน่ะ” เพื่อนของฉันที่ชื่อ ‘ไมไม’ ได้เอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังอ่านนิตยสาร

“แล้วมันดีตรงไหนละ รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย” ฉันตอบกลับไป

ไมไม หญิงสาวตัวสูง 160 เซนติเมตร ผมยาวสีดำ ไว้หน้าหม้า เป็นคนที่ชอบอ่านเรื่องดูดวงมาก และในนิตยสารเล่มนั้น ทำนายตรงร้อยละ 70% - 80% ซะด้วยสิ อีกอย่าง นั่นเป็นนิตยสารรายเดือนนะ เจอคนที่ถูกใจนี่ ตอนไหนยังไม่รู้เลย

“ดูเนื้อหาทั้งหมดหน่อยสิ” ฉันขอหยิบขึ้นมาดู

ราศีเมษ วันที่ xx – xx มีนาคม 25xx

อาจจะพบเจอคนที่ถูกใจ หรือคนที่ใช่ แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า คนที่เข้ามาจะแย่เสียทีเดียว และจะเป็นคนที่คอยช่วยเหลือคุณตลอดแทบทุกเรื่องเลยทีเดียวละ

ฉันอ่านเสร็จ ก็หยิบคืนให้ไมไม แล้วเธอก็พยักหน้ากลับ

 

“ประกาศ ขอให้นักเรียนทุกห้อง หลังจากสอบเสร็จแล้ว อย่าลืมทำความสะอาดห้องเรียนให้เรียบร้อย เก็บโต้เก้าอี้ไว้ที่มุมห้อง เก็บของทุกอย่างออกจากโต๊ะ ให้เสร็จภายในวันนี้ด้วยค่ะ” พอสิ้นเสียงคุณครูฝ่ายประชาสัมพันธ์ลง ฉันและเพื่อนๆทุกคนก็ช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดห้องจนเสร็จเรียบร้อยภายใน 1 ชั่วโมง รวมถึงทำความสะอาดตรงทางเดิน ระเบียง ให้เรียบร้อย เพราะหลังจากนี้จะไม่มีใครขึ้นมาอีก จนกว่าจะเปิดเทอม

หลังจากที่พวกเราเดินลงมาจากอาคารเรียน คุณครูให้ฉันและเพื่อนๆช่วยกันถางหญ้า ทำความสะอาดส่วนหย่อมใกล้ๆกับอาคารเรียน และในขณะเดียวกัน ถึงแม้อากาศจะค่อนข้างร้อน สุดท้ายก็ทำงานจนเสร็จด้วยดี

 

“ไวท์ กลับก่อนนะ”

“โชคดีๆ เจอกันเปิดเทอมนะ”

“เจอกันเปิดเทอม ปีหน้าขอให้ได้อยู่ห้องเดียวกัน”

“ยังไม่ประกาศผลสอบเลยนะ ใจเย็นๆสิ”

ทั้งหมดนี่คือเสียงเพื่อนๆที่โบกมือลาฉันกับพวกเขา ส่วนฉันก็เดินขึ้นรถบัสไปที่บ้าน

 

ในขณะที่ฉันนั่งอยู่บนรถบัสนั้น เมื่อมองบนหน้าต่าง จู่ๆท้องฟ้าค่อยๆมืดลง คล้ายจะฝนตก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังแดดแรงเลย ฉันมองหน้าต่างเรื่อยๆจนถึงบ้านที่อยู่ฝั่งเดียวกับถนน ฉันลุกขึ้นกดกริ่งแล้วเดินออกไป

 

...ท้องฟ้ายังดูมืดแฮะ ฝนไม่ตกสักที

 

ฉันสังเกตว่าท้องฟ้าตอนนี้มืดลงกว่าเดิมจนแทบจะเป็นกลางคืน ฉันดูนาฬิการในโทรศัพท์มือถือพบว่า ตอนนี้ยัง 15.27 น. อยู่ และอยู่ๆ หลอดไฟหน้าบ้านก็สว่างขึ้น

ฉันขอเล่าให้ฟังก่อนว่า ฉันเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตไปตั้งแต่มัธยมต้นจากอุบัติเหตุ หลังจากที่พ่อแม่เสีย ก็ไม่มีใครดูแลฉันอีกเลย ฉันจึงใช้เงินจากมรดกของพ่อแม่อย่างประหยัด และในเร็วๆนี้ ฉันคิดว่า คงจะต้อง ‘ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย’ แล้วละ

บ้านของฉันที่อยู่ในปัจจุบันคือบ้านชั้นเดียว เมื่อก่อนพ่อแม่เคยสร้างไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง ส่วนบ้านหลังเดิม 2 ชั้นได้ถูกธนาคารยึดไปหลังจากที่พ่อแม่เสีย ฉันจึงจำใจขนของมาอยู่บ้านขนาดคอนโด 1 ห้องและมีห้องน้ำที่พอจะอยู่คนเดียวได้

บ้านของฉันเดินเข้าไปในป่าอีก 1 กิโลเมตร ซึ่งปกติก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอยู่แล้ว นอกจากพวกแมลง แต่วันนี้ฉันได้ยินเสียงแปลกๆ อธิบายไม่ถูก เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ฉันเห็นเงาเหมือนกับคน ซึ่งโดยปกติแล้ว ที่นี่แทบจะไม่มีใครอาศัยอยู่เลยนอกจากแถวนี้มีห้องพักของร้านสะดวกซื้อที่อยู่ถนนหน้าบ้านของฉัน และฉันก็ได้กลิ่นของ ‘เลือด’

ซอมบี้!!!

ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ นั่นซอมบี้จริงๆ ตัวสีเขียวๆ ผ้าขาดๆ ดวงตาหาย เห็นจากแสงไฟจางๆ

 

วิ่งหนีสิรออะไรเล่า!!!

 

ฉันรีบวิ่งหนีเข้ามาในบ้านเรื่อยๆ จนกระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาเหมือนทำท่าจะบังตัวฉัน

 

“อันตราย!!!”

“แฮ่!!!”

 

ผู้ชายคนนั้นได้กอดแล้วล้มทั้งฉันทั้งเขาลงไป

 

“เจ้าไม่เป็นไรนะ” เสียงชายคนนั้นดังขึ้น

ฉันหลับตาส่ายหน้าเบาๆ

“ถ้าเจ้าโดนพวกนั้นทำร้าย เจ้าคงตายแน่ๆ ข้าอาจจะต้องทำอะไรสักอย่าง”

 

และจู่ก็ได้กลิ่นเลือดของตัวเอง และรู้สึกเจ็บที่คอ

...ผู้ชายคนนี้ เค้ากัดคอฉันหรอ

เจ็บชะมัด ในความเจ็บนั้นฉันก็ค่อยๆหลับตาลงและเผลอหลับไป

  • Like 4
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 2 ยินดีที่(ไม่)รู้จัก

...ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย

ฉันลุกมาดูนาฬิกาในตอนนี้ 7.00 น. และรู้สึกว่า มีพลาสเตอร์แปะที่คอด้วย

...ใช่ เมื่อคืนฉันโดนกัดที่คอ ฉันจะกลายเป็นอย่างอื่นไหมเนี่ย

เมื่อฉันลุกขึ้นจากเตียงก็พบว่า มีผู้ชายคนหนึ่ง ผมสีน้ำเงินเหมือนทองฟ้ายามกลางคืน ผมยาวถึงหู ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กำลังหลับอยู่บนโซฟาของฉันซึ่งอยู่ข้างเตียงนอกฝั่งศีรษะ

...จะลุกไล่ให้ไปนอนที่อื่นซะเลยดีไหมนะ

ฉันค่อยๆเดินเข้าไปดูที่โซฟาแล้วก็เดินออกมา พบว่าผู้ชายคนนั้นหลับสนิท ฉันจึงไปล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ แล้วจึงมาทำอาหารเช้า ซึ่งนั่นก็คือไข่เจียว แน่นอนว่าทำให้ “ผู้ชายคนนั้น” ด้วย

 

“หืม? กลิ่นอะไรเนี่ย ทำไมเหมือนหอมๆเหมือนอาหารเลย” ผู้ชายคนนั้นได้ตื่นขึ้นและถามขึ้นมา ส่วนฉันก็นิ่งเงียบไป แล้วเดินไปดูที่หม้อหุงข้าว

“อ้าว ตื่นแล้วหรอคะ?” ฉันถามเขา

“ใช่ แล้วนี่เจ้าเป็นคนทำหรอ?” เขาถามถึงไข่เจียวที่วางอยู่บนจาน

“ใช่ค่ะ ทำไมหรอคะ?”

“เปล่า ข้าแค่อยากรู้ ว่าเจ้าเป็นคนทำจริงรึเปล่า เท่านั้นเอง”

...ก็มีแต่ฉันคนเดียวที่แหละที่ทำ

ข้าวหุงเสร็จแล้ว! ฉันรีบตักข้าวแล้วแบ่งสองจาน เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่มีคนอื่นมากินข้าวด้วยในขณะที่ปกติฉันจะไปกินกับเพื่อนๆในชั้นเรียนเป็นประจำ

 

“เจ้าชื่ออะไร?” เขาถามชื่อฉัน

“ไวท์ค่ะ แล้วท่านละคะ?” ฉันถามกลับ ไม่รู้จะเรียกสรรพนามอะไรดี

“ข้าชื่อคิริน ข้าเป็นเจ้าชายจากดินแดนดาร์คแพลนท์ (Darkplant)”

“ห้ะ?” ดินแดนอะไรไม่เคยได้ยินเลย

“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง ถ้ามีโอกาสไปกับข้านะ”

เดี๋ยวนะ อยู่ดีๆฉันจะไปไหนกับเขาทั้งๆที่รู้จักกันวันแรกนี่มันใช่ไหมละ

“อาหารของเจ้าอร่อยดีนะ ถ้าอยู่ที่นี่ข้าคงอิ่มได้หลายวัน” เขาพูดขึ้นในขณะที่นั่งลูบท้องตัวเอง

“เอ๊ะ? ขนาดนั้นเลยหรอคะ?” ฉันถามในขณะที่ล้างจาน

“ปกติข้ากินอะไรก็ไม่ค่อยอยู่ท้องน่ะ ยิ่งช่วงนี้ดินแดนข้ายังเป็นฤดูหนาวด้วย หาพืชผลยาก กินได้แต่ของที่มาจากสัตว์ อย่างพวกเนื้อ เลือด เครื่องใน อะไรแบบนี้”

ฉันเงียบไปพักหนึ่ง เก็บจานที่ล้าง แล้วเขาพูดขึ้นต่อ

“น่าแปลกนะ ที่ตอนนี้เจ้าไม่รู้สึกกลัวข้าเลย จะบอกว่า เมื่อวานนี้ ข้าเป็นคนกัดคอเจ้าเอง แล้วหากุญแจมาเปิดบ้านหลังนี้ แล้วคิดว่า น่าจะเป็นบ้านของเจ้า ว่าแต่... นอกจากเจ้าคนเดียวไม่มีใครอยู่เลยหรอ?”

จู่ๆฉันก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา

“เป็นลูกคนเดียวค่ะ พ่อกับแม่เสียเมื่อ 2 – 3 ปีก่อน แล้วไวท์ต้องทำหน้าที่เองทุกอย่างในบ้านเล็กๆหลังนี้เลยค่ะ” ฉันตอบไป เริ่มมีน้ำตาเอ่อล้นออกมา ทั้งจากความน่ากลัวของคิรินและคิดถึงพ่อแม่ด้วย

“ข้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เจ้าคิดหรอก นานๆเข้าเดี๋ยวก็รู้เอง” คิรินพูดขึ้น

“คือว่า ปกติไม่เคยมีคนแบบนี้เข้ามาในบ้านหรือในชุมชนของไวท์เลยค่ะ พวกแวมไพร์ ซอมบี้ อะไรแบบนี้ เลยรู้สึกกลัวเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ” ฉันพูดขึ้นในขณะที่น้ำตาไหลและนั่งอยู่ข้างๆอ่างล้างจาน

 

“ข้าดื่มเลือดเจ้าไว้เป็นสัญลักษณ์น่ะ ในดินแดนก็มามนุษย์แบบเจ้ายากมากด้วย อีกอย่างหนึ่งคือ เผ่าพันธุ์พวกข้า เมื่อดูดเลือดใครก็ตาม อีกฝ่ายจะไม่ได้เป็นแวมไพร์ตามนะ” คิรินพูดขึ้น และพูดต่อไป

“ทีนี้เจ้าหายกลัวข้ารึยังละ?”

ฉันพยักหน้า และค่อยๆลุกขึ้น

“ซอมบี้ ก็มาที่โลกมนุษย์เพื่อต้องการอาหาร นั่นคือสมอง ส่วนแวมไพร์อย่างข้า หลักๆก็มาหาอาหาร นั่นก็คือเลือด บางคนโชคร้าย อาจจะกลายเป็นแวมไพร์ได้เลย ส่วนข้า... สัญญาว่า จะไม่ทำให้เจ้าตายละกัน” เขาพูดเสร็จแล้วยิ้มให้

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วเดินเล่นรอบๆภายในบ้าน

 

“นี่เจ้าทำอะไรน่ะ?” คิรินถามขึ้น

“เดินออกกำลังกายไงคะ เพิ่มพลังงาน” ฉันตอบ แล้วเดินต่อไป

“อ่อ ข้าเดินบ้างก็ไม่เป็นไรใช่ไหม”

“เดินได้ค่ะ แต่อย่าใช้เวทมนต์ก็พอ”

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าแวมไพร์อย่างข้าใช้เวทมนต์ได้”

“รู้ละกันค่ะ”

แล้วหลังจากนั้น ฉันก็เดินออกกำลังกับเขาภายในบ้าน

 

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง คิรินก็เดินไปเอาผ้าเช็ดตัวที่อยู่ราวตากผ้า

“จะใช้หรอ เสื้อผ้ามีไหม” ฉันถามเขา

“มีแล้ว ข้าขาดแต่ผ้าเช็ดตัว อาบน้ำไว้ก่อน ตอนเย็นๆค่อยออกไป”

“ค่ะ ได้ค่ะ ตามสบายนะคะ”

  • Like 4
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 3 นัดกินหมูกระทะกัน

ในช่วงบ่าย คิรินตั้งใจว่านอนหลับบนโซฟาตัวเดียวกับเมื่อเช้า ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาเป็นแวมไพร์แล้วมักจะไม่ชอบแสงแดด แต่ฉันก็อดที่จะเปิดหน้าต่างไม่ได้เพื่อให้อากาศถ่ายเท “ไวท์ เจ้าปิดหน้าต่างได้ไหม ข้าจะนอนหลับสักพัก”

“ใช้ผ้าปิดตาแทนได้ไหมคะ”

“ได้ๆ” แล้วฉันก็หยิบผ้าปิดตาจากในลิ้นชักมาให้คิริน

“ขอบใจเจ้ามาก”

 

ในขณะที่ฉันกำลังเล่นเกม Cookie Run อยู่นั้น จู่ๆก็ได้รับข้อความใหม่ทำให้ฉันต้องตัวเกมนั้นค้างไปพักหนึ่ง คงรอจบเกมละกัน ค่อยเปิดดู

“<3 MaiMai <3: (มีข้อความใหม่)”

ข้อความของไมไม?

หลังจากที่ฉันแพ้เกม ฉันรีบเปิดข้อความทันที และแล้ว...

 

<3 MaiMai <3 (13.20): ไวท์ๆ อยู่ไหม

White_Tomato (13.30): อยู่ๆ มีอะไรหรอ

<3 MaiMai <3 (13.32): ไปกินหมูกระทะหลังเรียนจบกัน

White_Tomato (13.32): วันนี้หรอ

<3 MaiMai <3 (13.33): Yes!

White_Tomato (13.33): กี่โมง

<3 MaiMai <3 (13.33): ทุ่มนึง

White_Tomato (13.34): ร้านไหนอ่ะ

<3 MaiMai <3 (13.35): Japon Japan Shabu อ่ะ ร้านที่อยู่ใกล้ๆร้านการ์ตูนกับป้ายรถเมล์โฆษณาเกมมือถืออ่ะ

White_Tomato (13.35): มีใครไปบ้าง

<3 MaiMai <3 (13.40): เยอะแยะไป ห้องเราทั้งนั้นแหละไป งานนี้ครูเลี้ยงเว้ย

White_Tomato (13.39): ได้เลย เดี๋ยวเจอกัน

 

แล้วฉันกลับไปนั่งเล่นเกมต่ออย่างสบายใจ จนกว่าคิรินจะตื่นนั่นแหละ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง แม้ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว คิรินก็ไม่มีท่าทีจะตื่น ยังหลับสนิทโดยมีผ้าปิดตายังปิดอยู่ แล้วหลังจากนั้น...

คิริก็เปิดผ้าปิดตาขึ้นมาพร้อมถามฉันว่า

“กลางวันที่นี่ทำไมถึงยาวนานจัง”

“ตอนนี้เป็นฤดูร้อนไงคะ แต่ช่วงเวลาที่กลางวันยาวนานที่สุดก็ยังไม่ใช่ช่วงนี้ค่ะ”

“อีกกี่ปีถึงจะกลางวันยาวนานละ” คิรินถาม

“อีก 3 เดือนค่ะ”

 

คิรินมองฉันอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วจึงถามว่า

“เจ้าจะแต่งตัวไปไหน?”

“ไปทานข้าวกับเพื่อนค่ะ”

“งั้นข้าไปด้วย ข้าก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน”

ห้ะ? ทำไมอยู่ดีๆคิรินอยากไปด้วยละ

หลังจากนั้น คิรินก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

 

เวลาผ่านไป คิรินเดินออกมา แล้วก็พูดว่า...

“คือ... ข้างต้องการออกไปสำรวจข้างนอกหน่อยว่าอะไรผิดปกติรึเปล่า เพราะข้าเองมาที่โลกมนุษย์นี่ก่อนที่จะมาเจอเจ้าแล้วรู้สึกสังหรใจแปลกๆ”

ฉันทำหน้างงไปพักหนึ่ง เขาจึงพูดต่อ

“อย่างที่เจ้าเห็นเมื่อคืนนั่นแหละ หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก ข้าก็ไม่ทราบได้ เลยอยากสำรวจจริงๆจังๆคืนนี้ก่อน”

“ค่ะ” ฉันขานรับเขาให้รู้ว่าฉันยังรับฟังอยู่

“ว่าไป ชุดนี้เหมาะกับเจ้าดีนะ ไม่เหมือนตอนเมื่อวานที่ยังเป็นชุดนักเรียนเลย”

เอ่อ... ขนาดนั้นเลย

 

เรื่องของเรื่องคือ ฉันไว้ผมสั้น ใส่แว่นสีชมพู ใส่เสื้อฮู้ดแขนสั้นสีเทาลายแมว ใส่กระโปรงเอี๊ยมลายแมวสีขาว ใส่ถุงเท้าสลับสีเหลือง-ชมพู

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

ส่วนคิรินก็... ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงขายาวสีดำ เข็มขัดสีแดง คงดูดีสำหรับเขาละมั้งนะ

 

ตอนนี้เวลาหกโมงครึ่ง เสียงข้อความดังอีกแล้ว

<3 MaiMai <3 (18.30): มาได้แล้วเพื่อน!!

White_Tomato (18.31): แป๊บนะเธอ เดี๋ยวไป

 

“เจ้าจะไปได้รึยัง?” คิรินถามฉัน

“ค่ะๆ ไปได้แล้วค่ะ” ฉันตอบรับแล้วหันไปข้างหลัง

“กุญแจบ้านอยู่ที่ข้านะ”

อ้าว??? ไหงงั้นละ

 

ฉันนั่งรถประจำทางมาพร้อมกับคิรินเพราะเขาไม่อยากบินไป (จริงๆเขาบินได้แต่แต่บอกว่าขี้เกียจ) ฉันรู้สึกสังหรใจแปลกๆถึงความไม่สบายใจ

“เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า” คิรินถามแล้วมองหน้าฉันใกล้ๆ

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”

 

ทำไมอยู่ดีๆก็หน้าร้อนผ่าวเลย...

 

มีข้อความดังอีกแล้ว

 

<3 MaiMai <3 (18.55): ไม่ต้องมาแล้วนะ พอดีเกิดเรื่อง นิชชินได้รับบาดเจ็บ

 

ห้ะ? นั่นนิชชินเพื่อนของเรานี่ เปลี่ยนอารมณ์ไม่ทันแล้ว!!!

 

 

  • Like 3
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 4 อันตรายในร้านหมูกระทะ

“เอ่อ...” ฉันพูดแล้วสะกิดคิรินเบาๆ “ช่วยกดกริ่งตรงนั้นได้ไหม ใกล้ถึงแล้ว” คิรินลุกขึ้นแล้วยกแขนขึ้นไปกดกริ่ง

...ว่าแต่ คิรินรู้จักกริ่งด้วยหรอ?

 

“คนละ 25 บาทครับ”

ลุงคนขับรถพูดขึ้น ฉันจึงให้ธนบัตร 50 บาทให้แล้วบอกลุงว่า “2 คนค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ลุงคนขับรถยิ้มให้แล้วพวกเราทั้งคู่เดินลงไป

 

ณ ป้ายรถเมล์ที่ไมไมพูดถึง ยังมีกลิ่นเลือดลอยมาบริเวณรอบๆ

“กลิ่นเลือดนี้ ข้าสัมผัสได้...” คิรินพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบๆ

 

“ไวท์!! ช่วยด้วย!!!”

นั่นเสียงไมไมนี่

 

ฉันรีบวิ่งไปฝั่งตรงข้ามอย่างทันทีโดยที่ลืมดูสัญญาณไฟ

แต่แล้ว...

หมับ!

ชายคนหนึ่งได้จับคว้ามือฉันเอาไว้ในขณะที่รถข้างหน้าวิ่งมาด้วยความเร็ว

“ข้ามถนนน่ะ ระวังด้วย อะไรชนเข้า ข้าไม่มีเวทมนต์ชุบชีวิตนะ” คิรินพูดขึ้น

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ...” ฉันพูดเบาๆแล้วคอตกไปพักหนึ่ง

 

ถัดจากป้ายรถเมล์เป็นร้านหนังสือที่ยังคงเปิดให้บริการ ฉันกับคิรินพากันเดินไปที่สัญญาณไฟข้ามถนน แล้วยืนรอสัญญาณไฟ ในขณะที่คิรินยังคงจับมือฉันไว้แน่น

 

...เป็นห่วงฉันถึงต้องจับมือแน่นขนาดนั้นเลยหรอ

 

หลังจากที่ข้ามฝั่งมาที่ร้านหมูกระทะมาแล้ว ฉันปล่อยมือคิริน แล้วมองบรรยากาศรอบๆที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ทั้งหมูกระทะที่ปิ้งทิ้งไว้จนไหม้ ผักที่เปื่อยยุ่ย ผักที่อยู่บนจานก็เกี่ยวฉัน หมูดินที่เริ่มส่งกลิ่นเหมือนใส่สารบางอย่าง โต๊ะและเก้าอี้กระจัดกระจาย และในขณะนั้น ไมไมกับเพื่อนชายของฉันอีกคน คอปเตอร์ กำลังแบกเพื่อนชายคนหนึ่งที่ชื่อนิชชินออกมาจากห้องครัวของร้าน

“ไวท์ เจ้านิชชินมันหมดสติอ่ะ พอจะมีวิธีทำให้ฟื้นบ้างไหม” คอปเตอร์ถามขึ้น

“ไปโรงพยาบาลไหมละ?” ฉันตอบ

“ก็ยังหายใจอยู่นะ แค่สลบไปเท่านั้นเอง” คิรินนั่งคุกเข่าแล้วลองตรวจสอบอัตราการเต้นของนิชชินด้วยตัวเอง

“ไมไม มีคนมามากกว่านี้อีกไหม” ฉันถาม “คนที่กลับไปก่อนหน้านี้คือ ครูพัชนี จอห์นสัน พัตตี้ พัตเตอร์ มิลิน ส่วนคนที่โดยทำร้ายมีเค้า (หมายถึงตัวไมไมเอง) นิชชิน คอปเตอร์ มะลิ ที่เหลือยังไม่มาแต่ฉันส่งข้อความให้ทุกคนกลับไปบ้านแล้ว” ไมไมตอบ

“ไมไม แล้วมะลิละ?” ฉันถามกลับ

“ล่าสุดอยู่ที่ครัวของร้านนะ ไม่แน่ใจว่า ‘พวกมัน’ เอามะลิไปไว้ที่ไหน”

“พวกมัน?” คิรินถามขึ้น

“พวกมันคือ เป็นตัวสีเขียวๆ มีเลือดชุ่ม เสื้อผ้าขาดๆ มีหลายตัวอยู่นะ” คอปเตอร์ได้อธิบาย

“แล้วคนที่ข้างไวท์นี่ใครอ่ะ? ใช่กลุ่มเดียวกับพวกที่คอปเตอร์เล่ารึเปล่า” ไมไมถาม

“ข้าชื่อคิริน ข้าเป็นแวมไพร์ที่มีพลังเวทย์ แต่ที่ๆ ข้าอยู่กับพวกเจ้าอยู่แล้ว พวกซอมบี้เดี๋ยวข้าจัดการเอง” คิรินพูดขึ้น

“อ๋อๆ เข้าใจละ ถึงว่า ตัวซีดๆเชียว แต่เสื้อผ้าก็ไม่ได้ขาดอะไรนะ ดูเรียบร้อยดี ต่างจากที่คิดไว้เยอะ” ไมไมพูดขึ้น

“ที่แน่ๆ พวกเจ้าต้องช่วยกันตามหาเพื่อนของเจ้าก่อน แล้วข้าจะอยู่แถวๆนี้” คิรินกล่าว

“นายเอาก้อนเลือดหมูที่อยู่ตรงนั้นไปกินก่อนไหมอ่ะ คงกินได้นะ” คอปเตอร์พูดขึ้นแล้วชี้ไปที่โต๊ะของอีกฝั่ง

“ขอบใจเจ้ามาก งั้นเดี๋ยวข้าจะดูแลเด็กคนนี้ไปก่อนละกัน” คิรินพูดขึ้นแล้วอุ้มนิชชินมาที่เก้าอี้หน้าร้าน

แล้วฉัน คอปเตอร์ และไมไม ก็เดินไปที่หลังห้องครัวของร้าน เพื่อตามหามะลิ ส่วนคิรินก็เฝ้านิชชินไว้

 

ในระหว่างที่พวกฉันเดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็ได้กลิ่นเลือดอีกครั้ง แถมกลิ่นแรงกว่าตอนที่อยู่ป้ายรถเมล์เสียอีก

“แล้วไวท์รู้จักกับแวมไพร์ได้ยังไงเล่า” ไมไมถาม

“เขามาช่วยไวท์ไว้ แล้วไปอยู่บ้านด้วยคืนนึงนะ เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานนี้เอง” ฉันพูดขึ้น

“ไว้ใจเร็วจังเลยแฮะ ปกติไวท์ก็ไม่ค่อยสนิทกับใครนอกจากพวกเราเนอะ สมัยนี้ไว้ใจใครยากจะตาย” คอปเตอร์พูดขึ้น

แล้วฉันก็พบกับมะลิ ผมยาวสีฟ้า ใส่เสื้อสีขาว ใส่มินิสเกิร์ตสีฟ้า ไม่ใส่รองเท้า กำลังนอนอยู่กองเลือด และเห็นรองเท้าสีฟ้าวางอยู่ข้างๆ ซึ่งมีรอยเลือดติดอยู่

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

  • Like 2
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 5 รวมตัวกันในท่ามกลางความโหดร้าย

“เกิดอะไรขึ้นกับมะลิของพวกเรา??” คอปเตอร์ได้กล่าวขึ้น ในขณะเดียวกัน มะลิ เพื่อนของพวกเราได้ลืมตาขึ้น

“เอ้อ มะลิ เป็นไรป่าว เจ็บตรงไหนไหม” ไมไมได้ถามขึ้น

“เจออะไรมาไม่ดีละเนี่ยห้ะ” ฉันถามบ้าง

“พวกแกใจเย็นก่อนนะเว้ย ฉันแค่สลบเฉยๆ แต่เดี๋ยว กรี๊ด!!! ทำไมมันหนืดอย่างนี้” มะลิได้พูดขึ้นและสังเกตว่า เลือดมีความเหนียวมาก “เลือดเหนียวขนาดนี้เลย ดูสิ”

“ไมไม คอปเตอร์ ช่วยกันยกมะลิขึ้นมาที ไม่ต้องสนใจอะไรแล้ว” ฉันพูดขึ้นด้วยเสียฮึกเหิม

“เอาให้ทันเวลานะ ก่อนที่ ‘พวกมัน’ จะมา” มะลิพูดขึ้น

ฉัน ไมไม และคอปเตอร์ ช่วยดึงมะลิขึ้นมา ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ขึ้นเสียที จนมีคนๆหนึ่งถือถึงน้ำมา

“พอดีสิ่งนี้น่าจะพอช่วยตัดเลือดได้นะ แต่คงต้องใช้เวลาหน่อย” เด็กสาวใส่แว่นกลมผมสีชมพูสั้น นัยน์ตาสีฟ้านั้นได้ทักทายกับพวกเรา

“จ๊ะจ๋า!!!”

จ๊ะจ๋าคือเพื่อนร่วมชั้นอีกคนหนึ่งของพวกเรา เธอเก่งฟิสิกส์มาก ว่าแต่ เธอไม่ได้อ่านข้อความของไมไมเลยหรอ

ไม่ทันไรจ๊ะจ๋าก็สาดน้ำใส่พวกเรารวมถึงมะลิ เลือดหนืดๆก็ลดลงไปเล็กน้อย แล้วที่เหลือก็ช่วยกันดึงจนเลือดขาด

 

“โอ๊ย! เจ็บชะมัด” มะลิร้องเสียดังถึงแม้จะมีเลือดติดมาบ้าง “รองเท้าฉันละ”

“อยู่นี่!” ไมไมชี้ไปที่รองเท้าของมะลิที่เปื้อนเลือดเพียงเล็กน้อย

“ขอบใจ กรี๊ด!” มะลิโดนเลือดดึงไปอีกครั้ง

“ต้องเอามีดมาไหมจ๊ะจ๋า” ฉันถามจ๊ะจ๋า

“เอาไม่อยู่มั้ง” จ๊ะจ๋าตอบ

“ไม่ลองไม่รู้น่า” คอปเตอร์ได้พูดขึ้น แล้วไปหยิบมีดปอกผลไม่ที่อยู่ในครัว แล้วเดินกลับมาตัดเลือดด้วยความรวดเร็ว

และในขณะนั้นเอง

“Hello Everybody!”

“นิชชิน!!!”

ฟังไม่ผิดหรอก นิชชินฟื้นแล้วสินะเนี่ย ว่าแต่ ใครช่วยกันนะ

“ว่าไงไวท์ เอ้า เจ้ากำลังช่วยเหลือเพื่อนอยู่หรอ” คิรินเดินมาจากด้านหลังของจ๊ะจ๋า

“ค่ะ” ฉันตอบ

 

“ตัดไม่ขาดเลย ทำไงดี” คอปเตอร์พูดขึ้น

“งั้นเดี๋ยวข้าจัดการเอง” คิรินพูดขึ้นแล้วเสกไฟจากมือของตัวเอง

 

หลังจากนั้น เลือดเหนียวๆก็ละลายหายไปอย่างรวดเร็ว

ได้ผล!!! ทุกคนรวมถึงฉันปรบมือด้วยความดีใจสุดๆ

“ขอบคุณมากค่ะ!!!” มะลิของคุณด้วยความปลื้มปิติ

 

“ส่วนเพื่อนของพวกเจ้าที่สลบไป ฟื้นขึ้นมาเอง แล้วซอมบี้ก็มา ข้าก็จัดการให้ และอาจจะมีข้างหลังอีกก็ได้”

ในขณะที่คิรินพูดขึ้น ซอมบี้ก็โผล่มาจากหลังครัวอีกหลายตัว

“เดี๋ยวข้าจัดเอง พวกเจ้าหนีไป” คิรินพูดขึ้น

“ครับ/ค่ะ” แล้วพวกเราก็วิ่งออกจากห้องครัว จนข้ามฝั่งไปที่ร้านหนังสือซิ่งใกล้ใกล้เวลาปิดร้านแล้ว

 

“เหมือนได้กลิ่นคาวๆจากร้านหนังสือนะ” นิชชินพูดขึ้น

“อยากกลับบ้านแล้วเนี่ย” จ๊ะจ๋าพูดขึ้น ทุกคนรู้สึกต่างกัน

 

ตอนนี้เวลาเกือบๆ 4 ทุ่มแล้ว คิรินจะเป็นยังไงบ้างนะ...

 

“เอ้อ เดี๋ยวกลับก่อนนะ ที่บ้านเป็นห่วงแย่แล้ว”

“โชคดีๆ แล้วเจอกันเปิดเทอม”

“เจอกันๆ”

ทุกคนได้โบกมือล่ำลาและบางคนก็เตรียมข้ามฝั่งเพื่อขึ้นรถบัสกลับบ้านของตัวเองไป ส่วนฉันก็นั่งรอคิรินอยู่หน้าร้านหมูกระทะ และบางคนเช่น นิชชิน ไมไม กลับทางเดียวกับฉันแต่จะลงก่อน

 

“เหมือนสังหรณ์ใจอะไรแปลกๆไหม เหมือนกลิ่นจะยังคงอยู่นะ” ไมไมพูดขึ้น และกลิ่นนั้นเริ่มเข้าใกล้เรื่อยๆ

“เฮ้ ทางโน้นได้กลิ่นเลือดไหม” ฉันตะโกนถามคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

 

“ได้กลิ่น เอ้ย! รถมาแล้ว ไปก่อนนะทุกคน” จ๊ะจ๋าตะโกนแล้วรีบขึ้นรถพร้อมกับคนอื่นๆทันที

อ่ะ รถมาแล้วนี่ แต่ฉันยังขึ้นไม่ได้

“ไวท์ไม่ขึ้นไปหรอ หรือว่ารอแวมไพร์คนนั้นอยู่” ไมไมถามขึ้นก่อนที่จะขึ้นรถ

ฉันพยักหน้ากลับ

“เอ้ยๆ มีแฟนแล้วจริงดิ เร็วไปนะเนี่ย” ไมไมพูดขึ้นด้วยความล้อเลียน

“เดี๋ยว ไม่ใช่นะ!” ฉันพูดตะโกนเสียงดัง

“เดี๋ยวเจอกันนะเพื่อน” นิชชินพูดขึ้นแล้วรถค่อยๆแล่นไป

“รอบหน้ารอบทุดท้ายนะหนู อีก 15 นาที” คุณป้าท่านหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นกระเป๋ารถเมล์ตะโกนลงมา

และในขณะนั้นเอง

“ข้ากลับมาแล้ว อ้าว ไปแล้วหรอ เราต้องรอหรือจะให้ข้าไปส่ง” คิรินเดินมาในขณะที่รถบัสวิ่งผ่านไป

“รถรออบสุดท้ายอีก 15 นา... หาว...” ฉันพูดไปก็เริ่มง่วงแล้ว

“เจ้าง่วงแล้วหรอ” คิรินถามแล้วมายืนอยู่ใกล้ๆฉัน

“ค่ะ แต่รอรถก่อนดีกว่าค่ะ”

 

เวลาต่อมา รถบัสก็มาถึง ฉันกับคิรินก็รีบขึ้นทันที และตอนนี้ถ้าไม่รวมคนขับก็เหลือ 2 คนแล้ว

ตลอดทางกลับบ้าน ฉันได้เห็นซอมบี้อยู่ขอบทางเป็นระยะๆ รวมทั้งกลิ่นเลือดด้วย เพียงแต่ ยังไม่เจอเลือดหนืดๆเหมือนที่เจอกับมะลิเท่านั้น

 

และฉันก็ถึงบ้านเสียที ฉันก็เริ่มหาวอีกครั้ง

“เหมือนเจ้าจะง่วงหนักนะ อ่ะนี่ ข้าหยิบมาจากร้านด้วย” คิรินพูดขึ้นแล้วยื่นขวดน้ำส้มให้ฉัน

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” แล้วฉันก็เปิดหลอดแล้วดูดน้ำส้มไป เดินไป

 

คืนนี้เป็นคืนที่ดูวุ่นวายเสียจริง

  • Like 3
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 6 กลางวันนี้เปลี่ยนไป

ตอนนี้ก็เที่ยงแล้วสินะ เป็นวันที่สามแล้วที่ได้เจอกับเขา เขาเองก็หลับอยู่ แต่รู้สึกเพลียแฮะ

ในขณะที่ฉันกำลังจะเปิดเกมอยู่นั้น ข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

 

<3 MaiMai <3 (12.04): เมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง

White_Tomato (12.05): ง่วงจัดอ่ะ เมื่อคืนหลับทั้งๆที่ไม่ได้อาบน้ำเลย

<3 MaiMai <3 (12.05): เอ้าหรอ

<3 MaiMai <3 (12.05): วันนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างเนี่ย เริ่มกลัวละสิ

White_Tomato (12.05): นั่นสิ แล้วคนอื่นละ

<3 MaiMai <3 (12.05): นิชชินกับมะลิน่าจะยังไม่ตื่นนะ เพราะสองคนนั้นก็เจอหนักเอาเรื่องเหมือนกัน

 

อย่าให้พูดถึงเรื่องเมื่อคืนเล๊ย แถมคิรินก็ยังไม่ตื่นอีกต่างหาก เฮ้อ

 

ฉันลุกขึ้นจากที่นอนแล้วลุกไปอาบน้ำ ฉันก็คิดอยู่นะว่า ทำไมช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา ทำไมซอมบี้มาป่วนที่เมือง ถึงแม้จะเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนก็เถอะ แล้วแวมไพร์นอกจากคิริน มีใครอีกไหมที่มาบนโลกใบนี้

 

หลังจากที่ฉับอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จ ก็ยังสงสัยว่า คิรินมาทั้งๆที่ชุดๆเดียว เขาใช้เสื้อผ้าที่ไหนกันนะ ที่แน่ๆ ไม่ใช่จากบ้านฉันแน่ๆเพราะเสื้อผ้าของพ่อแม่เอาไปลงตลาดนัดในตัวเมืองและขายไปหมดแล้วด้วย

 

ฉันเดินไปเปิดโน้ตบุ๊คที่ตรงข้ามโซฟา และเสียงข้อความก็ดังขึ้นจากมือถือ

 

ต้นมะลิ (12.49): ว่าไง คนกลับช้าเมื่อคืน

 

มะลิหรอ ตอนนี้ดีขึ้นรึยัง

 

White_Tomato (12.50): ซักรองเท้ารึยัง

ต้นมะลิ (12.50): ว่าจะซักเองแล้ว แม่ซักให้ก่อนที่ฉันจะตื่น

ต้นมะลิ (12.50): นี่เพิ่งตื่นหรอ

White_Tomato (12.51): สักพักละ

ต้นมะลิ (12.51): ว้าย! คนตื่นสาย

White_Tomato (12.51): มะลิไม่ต่างกันหรอก แล้วเมื่อคืนไปทำอีท่าไหนถึงโดนเลือดหนืดเมื่อคืนเนี่ย

ต้นมะลิ (12.55): เรื่องของเรื่องนะ ตอนที่พนักงานเสิร์ฟหมูอยู่ นิชชินก็ไปห้องน้ำตรงหลังร้าน แล้วทีนี้ ไม่รู้ว่ามีอะไรแปลกๆเข้ามา คนที่อยู่ในร้านอื่นๆก็รีบวิ่งหนีเหลือเพียงไม่กี่คน แล้วตอนที่ฉันจะเข้าไปช่วยไอ้นิชชินอ่ะ เท้าไปเหยียบอะไรไม่รู้แล้วล้มลงไปแล้วสลบไปพักนึงละมั้ง

White_Tomato (12.56): อ่าเค เดี๋ยวลองถามนิชชินดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมื่อคืน

 

หลังจากที่ฉันวางมือถือไป ฉันก็มาดูในนิวส์ฟีดหน้า Facebook

“เกิดเหตุเมื่อคืนหน้าร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งในจังหวัด xx ได้มีสิ่งมีชีวิตสีเขียวเข้ามาบุกในร้านทำให้ทุกคนเกิดความกลัวแล้วหนีจากร้านกระทะโดยไม่สนใจ”

นั่นข่าวเมื่อคืนหรอกหรอ?

ฉันเลื่อนนิวฟีดส์มาเรื่อยๆ สุดท้ายก็เจอข่าวพวกนี้ รูปภาพ วิดิโอ ไลฟ์สด

...ให้ตายสิ เยอะแยะไปหมด

 

ฉันรู้สึกเบื่อกับนิวส์ฟีดที่เกิดขึ้น จนหันไปเล่นเกมแนว RPG แล้วได้ยินเสียงอะไรสักอย่างเหมือนมีคนละเมอ

 

“อย่า...จาก...ข้า...ไป... ข้า…”

 

ฉันหลังไป คิรินนี่เอง เฮ้อ

 

“ช่วย...ข้า...ด้วย...”

 

ยัง... ยังไม่หยุด

แล้วคิรินก็ตกลงจากโซฟาจนได้

 

“โอ๊ย เจ็บๆๆ” นั่นแหละ เสียงคิริน

“เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ” ฉันถาม

“ข้าแค่ปวดไหล่เฉยๆ” คิรินพูดถึง

“งั้นไปนอนบนเตียงเถอะค่ะ จะได้ไม่ตกโซฟาเหมือนเมื่อกี๊”

“งั้นก็มานวดไหล่ให้ข้าก่อนสิ”

เอ๋!!! จะให้นวดไหล่เนี่ยนะ

คิรินยิ้มให้ฉันเหมือนมีอะไรแอบแฝงบางอย่าง

  • Like 3
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 7 แววตาในยามแดดจ้า

 

“แล้วเจ้ากินอะไรบ้างรึยังละ” คิรินถามขึ้นในขณะที่ฉันนวดไหล่ให้

“ยังเลยค่ะ นี่จะตื่นจริงๆแล้วใช่ไหมคะ” ฉันถามด้วยความสงสัย

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม” คิรินพูดขึ้นพร้อมกับเอามือข้างขวาแตะที่มือซ้ายของฉันพร้อมส่งยิ้มให้ “พอได้แล้วละ”

“เอ่อ... ค่ะ”

หลังจากนั้นฉันก็รีบไปเตรียมครัวทันที

...มาม่าเกาหลีซัมยัง (Samyang) รสชีสเหลือ 2 ห่อแฮะ กินคนละห่อละกัน

 

ในระหว่างที่ฉันกำลังรอน้ำเดือดอยู่นั้น...

“เจ้าทำอะไรน่ะ” คิรินถามขึ้น รู้ตัวอีกทีก็มานั่งที่โต๊ะอาหารรอแล้ว

“อาหารมื้อเที่ย... เดี๋ยว มารอตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ฉันหันไป นั่นแหละ... อย่างที่คิดจริงๆด้วย มารอโดยยังไม่ทันได้บอกเลย

“อาหารของเจ้าอร่อยมาก ว่าแต่ เจ้าหัดทำอาหารเองตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

“เมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้วค่ะ” ฉันตอบ

“แล้วเรียนรู้มาจากใครบ้างเนี่ย”

“เริ่มแรกเรียนรู้จากแม่เบื้องต้นค่ะ หลังจากที่พ่อกับแม่เสียแล้ว เลยซื้อหนังสือหรืออ่านฉลากมาทำเอาค่ะ”

“โอ้ เจ้าก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย แถมยังเป็นอาหารที่ดินแดนข้าซะด้วย มาครั้งนี้ข้าไม่ได้ห่ออาหารมาเลย”

“เอ๋? เคยมาที่โลกนี้มาก่อนหรอคะ?” ฉันถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง

“ใช่ ข้าเคยมาที่นี่ 2 – 3 ครั้งแล้ว แต่ข้าจำไม่ได้ว่ามาล่าสุดเมื่อไหร่”

“อ่อ แล้วเสื้อผ้าละคะ?” หลังจากนั้น น้ำในหม้อเดือดพอดี

“ข้ามีถุงเล็กๆเท่าฝ่ามือที่ขยายเป็นกระเป็นใบใหญ่ได้ แล้วก็ย่อได้ด้วย ไว้เดี๋ยวกินข้าวเที่ยงนี้เสร็จจะเอาออกมาให้ดู”

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วนำน้ำเดือดใส่ถ้วยแล้วปิดจาน

 

“รอประมาณ 8 – 10 นาทีค่ะ” ฉันพูดขึ้นในขณะที่รอน้ำเดือด

“นานจังแฮะ แล้วที่เป็นซองๆนั่น ยังไม่ใส่หรอ” คิรินถาม

“ยังค่ะ ต้องรอให้สุกแล้วเทน้ำออกค่ะ”

“ทำไมเจ้าต้องเทด้วยละ”

“กินแบบแห้งไงคะ ถ้าแบบน้ำไปซื้อเย็นนี้”

“เจ้าจะออกไปข้างนอกเย็นนี้หรอ”

“ใช่ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ”

“เปล่า ข้าจะไปกับเจ้า ไปส่งเจ้าด้วย”

“เอ่อ... ค่ะ”

 

หลังจากกินจนอิ่มแล้ว ฉันสังเกตที่คิริน จากหน้าขาวๆเป็นหน้าแดงๆเลยทีเดียว

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ ห้าๆๆ” ฉันพูดไปขำไป

“เจ้าอะไรให้ข้ากินเนี่ย ข้าร้อนหมดแล้ว”

ใช้เวทย์ไฟได้แต่ไม่ได้หมายความว่าทนมาม่าเผ็ดไม่ได้เลยสินะ

 

“ข้าขอย้ายที่นอนหน่อยนะ ข้าไม่อยากตกเตียงอีกแล้ว เจ้าไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม” คิรินถามขึ้นในขณะที่กำลังนอนอยู่บนเตียงฉัน

“ตามสบายเลยค่ะ เดี๋ยวคืนนี้นอนไวท์บนโซฟาก็ได้ค่ะ” ฉันตอบแล้วไปนั่งเล่นเกมต่อ

“แล้วคืนนี้จะไปไหนรึเปล่า เดี๋ยวข้าไปส่ง”

“เดี๋ยวเย็นนี้ไปซื้อของกันค่ะ แต่พยากรณ์อากาศบอกว่าเย็นนี้ฝนตกค่ะ”

“เย็นนี้ปลุกข้าด้วย” คิรินพูดขึ้นแล้วหลับไป

เดี๋ยวนะ ไปปิดหน้าต่างแป๊บนึง

 

“ข้ายังอยากอยู่ในความฝันต่อไป ข้า...ชอบเจ้านะ”

คิรินละเมออะไรของเขานะ...

 

ในช่วงเย็น ฉันปิดโน้ตบุ๊คแล้วไปปลุกคิริน และในขณะทีฉันจะเอื้อมมือไปสะกิดนั้น จู่ๆฉันก็โดนดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา

 

“เดี๋ยวก่อนค่ะ!!” ฉันร้องด้วยความตกใจ แถมหน้าร้อนผ่าวอีกครั้ง

“เอ้า นี่เจ้าเองหรอ” คิรินพูดพร้อมกับหูแดงด้วย “ข้าขอโทษ ข้าคงละเมอมากไป เจ้ามาปลุกข้าใช่ไหม”

“ค่ะ” อยู่ๆก็รู้สึกหัวใจเต้นรัวขนาดนี้ คือไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

“เจ้าน่ารักดีนะ อยากอยู่แบบนี้นานๆจัง” คิรินพูดเสียงเบาเหมือนกระซิบแต่ฉันได้ยิน

“เอ๋!!!”

…นี่หมายความว่ายังไงกัน

 

ฉันรีบลุกขึ้นจากเตียง แล้วมานั่งเตรียมกระเป๋าและร่มรอที่โซฟา “จะอาบน้ำไหมคะ ถ้าไม่อาบจะไปเลย”

“วันนี้ข้าไม่อาบละกัน” คิรินตอบ

...เอาที่สบายใจเลย

 

ฉันและคิรินขึ้นรถบัสและฝนตกมาระหว่างทาง แล้วลงตรงที่ห้างสรรพสินค้าแห้งหนึ่ง

“เดี๋ยวข้ากางร่มให้นะ เจ้าตัวเล็กกว่า” คิรินพูดขึ้นขณะที่ลงจากรถ

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบ

“จับมือข้าไว้ แล้วเจ้าก็นำทางข้าไปได้เลย” คิรินพูดขึ้นแล้วเอามืออีกข้างจับมือฉัน

 

...นี่มันเกิดอะไรขึ้น หน้าแดง หัวใจเต้นรัว ไม่หยุดเลยจริงๆ

  • Like 3
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 8 ไม่มีอะไรเลย (จริงๆนะ)

 

ตอนนี้ฉันอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งมีทั้งหมด 6 ชั้น ในตอนนี้ฉันจะไปเพียงแค่ชั้น 1 คือ ชั้นซุปเปอร์มาร์เกตและศูนย์อาหารเท่านั้น

“ไวท์ เครื่องนี้เอาไว้ทำอะไร” คิรินถามขึ้นเมื่อมาถึงหน้าประตูที่มีเครื่องสวมถุงหุ้มร่มเปียก

“เอาไว้สวมร่มเวลาร่มเปียกค่ะ ใช้ได้แค่ร่มทันคันยาวๆเท่านั้นค่ะ เอ้ย หลบก่อนๆ” ฉันตอบ

“อ่อ เข้าใจละ เจ้าหุบร่มให้หน่อยสิ ข้าทำไมเป็น”

เดี๋ยวนะ ไม่หุบร่มเองเล่า

“ตรงปลายร่มมีปุ่มอยู่ค่ะ แล่วรูดลงมาเลยค่ะ”

“แบบนี้ใช่ไหม” คิรินลองทำตามที่ฉันบอกให้ดู

“แบบนั้นแหละค่ะ”

“งั้นข้าจับมือเจ้าต่อนะ มือเจ้านิ่มดี”

ฉันถึงต้องยืนอึ้งไปพักหนึ่งทันที...

 

ด้านในห้างสรรพสินค้ามีของกินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านขายขนมปัง ซุปเปอร์มาร์เกต และอาหารสด อีกทั้งยังมีผู้คนมากมายที่เข้ามาซื้ออาหารที่นี่ ฉันจูงมือคิรินเข้าไปที่ซุปเปอร์มาร์เกตและมืออีกข้างก็ถือตะกร้าไป

“เจ้าเอาไปไหวหรอ” คิรินถาม

“ก็เดี๋ยวเรา 2 คนก็ช่วยกันถือไงคะ”

“ได้ๆ”

ในขณะที่ฉันกับคิรินกำลังเลือกซื้ออาหาร ทั้งอาหารสดและอาหารสำเร็จรูปอยู่นั้น จู่ฉันก็เจอเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่กำลังเลือกซื้อสินค้าเหมือนที่ชั้นของขนมปัง

“เอ้า ไวท์ หวัดดี”

“เอ้า นิชชิน มาซื้ออะไรหรอ”

“มาซื้อขนมปังกับแยม พอดีของที่บ้านหมด เอ้า สวัสดีครับ” นิชชินตอบแล้วหันไปทักทายคิรินบ้าง

“อ่อ หวัดดี” คิรินทักทายนิชชิน

“แล้วเป็นไงบ้างละช่วงนี้” ฉันถาม

“ก็รู้สึกเพลียนิดหน่อย วันนี้ก็พอเดินออกมาซื้อของซะหน่อย”

“อ่อ ดีๆ งั้นเจอกันนะ” ฉันพูดขึ้น

“บ๊ายบาย” นิชชินโบกมือลาแล้วไปที่ชั้นอื่นต่อ

 

“ทั้งหมด 985 บาทค่ะ” พนักงานบอกเงินที่ควรชำระ ฉันก็ให้ธนบัตร 1000 บาทไปให้

“เงินทอน 15 บาท ขอบคุณมากค่ะ”

“นี่เจ้าต้องซื้อเยอะขนาดนี้เลยหรอ” คิรินถาม

“ทุกๆ 15 วันซื้อทีนึง รอบนี้อุตส่าห์ซื้อก้อนเลือดให้ด้วยนะคะ”

“แต่เลือดของเจ้าก็อร่อยกว่าอยู่ดี”

ไม่แปลกใจหรอก ที่แวมไพร์อย่างเขาจะชอบเลือดของมนุษย์มากกว่า

 

ฉันดูนาฬิกาบนเพดาน ตอนนี้ก็ 18.52 แล้ว พวกเราคงจะเดินกันนานไปหน่อย แล้วฉันก็เดินออกจากห้างฯ แล้วฝนก็ยังคงตกอยู่

“งั้นข้ากางร่มให้” คิรินพูดขึ้นแล้วพยายามกางร่มที่หน้าประตูทางออก

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“แปลกแฮะ วันนี้ไม่มีซอมบี้ หรือเป็นเพราะวันนี้ฝนตก” คิรินพูดขึ้น

“ก็ดีแล้วนี่คะ” แล้วฉันกับคิรินเดินไปฝั่งตรงข้ามเพื่อที่จะกลับบ้านอย่างไม่ลังเล

 

ในระหว่างทางกลับบ้าน จู่ๆคิรินก็ล้มตัวมาซบที่ไหล่ฉัน ซึ่งโดยปกติแวมไพร์ก็ไม่ได้นอนกวลากลางคืนนะ

...นี่เขาเป็นอะไรรึเปล่า

 

เมื่อใกล้ถึงบ้าน ฉันก็รีบปลุกคิริน “ตื่นค่ะ ถึงบ้านไวท์แล้ว”

“เอ่อ... ถึงบ้านละหรอ” คิรินถามขึ้นในขณะที่ดูง่วงๆ

“ถึงแล้วค่ะ” ฉันดันตัวให้คิรินลุกไปกดกริ่ง

“20 บาทครับ 2 คน 40 ครับ” ลุงกระเป๋ารถบัสได้พูดขึ้น แล้วฉันก็จ่ายเงินให้

 

เหมือนฉันจะเจอคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าบ้าน ต้องไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่ซอมบี้แน่ๆ

  • Like 3
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 9 อย่าลืมความจริง ที่เคยทิ้งเราไป

 

เมื่อฉันกับคิรินลงจากรถ สิ่งที่เห็นนั่นคือ หญิงสาวคนหนึ่ง ผมสียาวม่วง นัยน์ตาสีม่วง ผมปิดตาข้างขวา ยืนสวยๆ(?)อยู่หน้าบ้าน

“นั่นใครคะ? เหมือนแวมไพร์เลย” ฉันถามคิรินเบาๆ

“นั่นแฟนเก่าข้าเองแหละ ชื่อเมย่า”

“หา?? แฟนเก่า??”

“ใช่ ข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง จะบอกว่า เธอไม่ใช่คนดีสำหรับข้าอีกแล้วก็คงไม่ผิดนักหรอก”

ฉันพยักหน้ากลับ

 

“ไง คิริน สบายดีนะ เจ้าไปเอาสาวมาดูดเลือดที่ไหนมาอีก” เมย่าได้ถามขึ้น

“แถวนี้แหละ” คิรินตอบและเข้ามากอดฉัน

“เหยื่อคนนั้นควรจะเป็นของข้านะ ใช่ไหม”

ฉันส่ายหน้าทันที

 

“เจ้าชื่ออะไร” เมย่าถามขึ้น

“เด็กคนนี้ชื่อไวท์ เธอเป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น” คิรินตอบ

“ยังไงดีละ จะปล่อยเด็กคนนั้นมาหาข้าหรือว่ายังไง” เมย่าถามขึ้นอีกครั้ง

“ไวท์ เดี๋ยวข้าไปส่งที่ร้านใกล้ๆก่อน ถ้าอยู่ตรงนี้เจ้าจะโดดกัดเป็นครั้งที่ 2” คิรินพูดกับฉันเบาๆ

“ค่ะ ได้ค่ะ” ฉันขานรับแล้วคิรินพาฉันไปที่ร้านสะดวกซื้อ

 

“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ” พนักงานทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“เจ้าอยู่ที่นี่ก่อนนะ เสร็จแล้วจะกลับมารับ” คิรินพูดกับฉันแล้วเดินจากไป

 

...เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ

 

ฉันมองทั้งสองคนต่อสู้กันผ่านกระจกร้าน คิรินมีเวทมนต์ทั้งน้ำแข็งและไฟ ส่วนเมยาก็มีเวทมนต์ความมืด ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างสูสี และขณะที่กำลังดูอยู่นั้น

“ตอนนี้สี่ทุ่มแล้วนะคะคุณลูกค้า ยังไม่กลับอีกหรอคะ” เสียงพนักงานพูดขึ้น

“อีกสักพักนะคะ” ฉันตอบพนักงานแล้วเดินไปหยิบขนมแล้วมาจ่ายเงิน

ที่จริงฉันซื้อมาแล้วละ ฉันฝากที่ด้านหน้าร้าน หวังว่าคงจะไม่โดนขโมยนะ

 

หลังจากที่ฉันไปจ่ายเงิน พบว่า คิรินไม่ได้อยู่ตรงหน้าทางเข้าบ้านแล้ว...

...แต่มาอยู่ด้านหลังฉันแทน

“แล้วผู้หญิงคนนั้นละคะ” ฉันถามคิริน

“เขากลับไปแล้วละ” คิรินตอบ “นี่เจ้าหิวอีกแล้วหรอ กินของที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ก่อนไหม”

“หิวจริงๆนี่คะ” ฉันตอบ

“งั้น พวกเรากลับละกัน ข้าเองอาจจะขอคุยกับเจ้าหน่อย” คิรินพูดขึ้น

“ขอบคุณนะคะคุณลูกค้า โอกาสหน้ามาใหม่นะคะ” พนักงานโบกมือลาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนฉันก็ยืนหาวสักครั้งก่อนที่ฉันจะเดินออกจากร้าน

...ไม่สะทกสะท้านเรื่องต่อสู้เมื่อกี๊จริงๆหรอ

 

เมื่อถึงบ้าน ฉันกับคิรินก็ผลัดกันเก็บของ อาบน้ำ และแปรงฟัน แล้วกลับมาคุยกันที่โซฟา ฉันเองก็รู้สึกง่วงแล้ว

“นอนตักข้าสิ เจ้าง่วงไม่ใช่หรอ หืม?” คิรินพูดถึงในขณะที่ฉันเพิ่งอาบน้ำและแปรงฟันเสร็จ

“เอ่อ ตรงนั้นมีหมอนอยู่ไม่ใช่หรอคะ” ฉันตอบแล้วเดินเข้าไปนั่งบนโซฟา จนสุดท้ายฉันไปอยู่บนตักของคิรินตอนไหนก็ไม่รู้ “เดี๋ยวก่อน! ให้มานอนบนตักได้ยังไงคะเนี่ย”

“เร็วๆนี้ข้าจะกลับไปที่ดินแดนของข้า และจะพาเจ้าไปด้วย ช่วงนี้เจ้าปิดเทอมใช่ไหมละ เผื่อเจ้าอยากไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกหน่อยดีกว่า จะได้มีอะไรน่าทำหน่อย” คิรินพูด “เจ้าไม่ต้องห่วงนะ ข้าจะดูแลเจ้าต่อจากนี้เอง”

...อยากให้เราไปโลกโน้นหรอ จะว่าไป โลกโน้นจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย

“ทำไมถึงอยากให้ไปนอกจากจะให้ไวท์มีอะไรทำและเปิดโลกบ้างละคะ” ฉันถามขึ้น

“ไม่รู้สิ ข้าอยากให้เจ้าไปด้วย แม้เราจะรู้จักกันแค่ 2 – 3 วันเท่านั้นเอง” คิรินตอบ “เจ้าเชื่อใจข้าไหมละ ถ้าเชื่อใจก็ไปกับข้า ถ้าเจ้าไม่เชื่อใจข้าก็จะกลับไปที่ดินแดนและสัญญาว่า ข้าจะไม่กลับมาหาเจ้าอีก”

ฉันคิดอยู่นะ ว่าจะไปด้วยทั้งๆที่รู้จักกันแค่ไม่กี่วัน เขาจะทำไม่ดีไม่ร้ายฉันรึเปล่าไม่รู้

“งั้น ข้าให้เวลาคิดอีก 2 คืน คืนนี้และคืนพรุ่งนี้ ถ้าเจ้าไม่ตอบอะไร ถือว่าเจ้าจะต้องไปกับข้าอย่างไม่มีข้อแม้นะ”

คิรินพูดขึ้น

เอ่อ... เอางั้นเลยหรอ

“งั้น เจ้าลุกขึ้นได้แล้ว เดี๋ยวข้าเอาหมอนมาให้”

“ค่ะ” ฉันขานรับ ประเด็น หมอนอยู่ปลายเท้า

หลังจากนั้นฉันก็ลุกไปเอาหมอนแล้วมาหนุนศีรษะ

“เอ่อ มีเรื่องจะถามอีกหนึ่งค่ะ”

“ว่าไง?”

“จะโดนกัดคอเหมือนคราวนั้นไหมคะ”

“มีโอกาสนะ แต่ข้าคงไม่ทำบ่อยหรอก ข้าไม่ใช่คนกระหายเลือดขนาดนั้น แล้วไม่อยากทำให้เจ้าต้องตายเพราะแค่ดูดเลือดของข้า”

นั่น ‘แค่’ หรอน่ะ

“ถ้างั้นก็ ราตรีสวัสดิ์นะ ข้าจะไปนอนที่เตียงเจ้า”

“ค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

 

ฉันยังอดคิดไม่ได้เลยว่า จะไปกับเขาดีไหม ปกติฉันก็ดูแล้วตัวเองได้ แต่ถ้าไปโลกโน้น ฉันกลัวคนอื่นจะมองว่าเป็นอาหารจัง ฉันเองก็ไม่อยากเสี่ยง แต่ฉันกลับมีเจ้าชายอย่างคิรินอยู่ทั้งคนนี่นะ เอายังไงดีละ

ฉันหลับตาลงแต่ยังหลับไม่สนิท ยังได้ยินเสียงคนเดิมมากัดคอฉัน

ฉันรู้แล้วละว่าใคร... พรุ่งนี้จะตื่นสายอีกไหมนะ

  • Like 3
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 10 วันที่ต้องตัดสินใจ

 

ตอนนี้ห้าโมงเย็นกับอีกยี่สิบนาที ที่จริงฉันตื่นตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว ยังอดคิดไม่ได้เลยว่า จะไปกับเขาดีไหม ซึ่งคนที่พูดถึงนี้ก็กำลังหลับสนิท ทีนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับโลกใหม่แทบจะไม่มีเลย ต้องถามคิรินคนเดียว ถ้าถามว่าเขาเป็นคนดีไหม เอ้อ เขาก็เป็นดีนะ แต่นับวันก็ยิ่งทำตัวแปลกขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้คิดอะไรของเขากันนะ...

หลังจากที่ปิดโน้ตบุ๊คแล้ว ฉันเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อเอาไข่กับหมูสับ (เอามาแค่ครึ่งเดียว) เอามาทำไข่เจียวหมูสับสำหรับ 2 คน พอฉันทำเสร็จ ก็เอาฝาชีครอบไว้ทั้งจานข้าวและไข่เจียว แล้วเปิดเมือถือเพื่อเล่น Cookie Run ต่อ

คิดไปคิดมา ไปดีกว่าแฮะ ดีกว่าไม่มีอะไรทำอยู่ที่นี่ ฉันเองก็ไม่ได้สมัครพาร์ทไทม์ไว้ซะด้วยสิ

ในระหว่างนั้น คิรินได้ตื่นขึ้นเขาเดินไปอาบน้ำแต่ฉันไม่สนใจอะไร เล่นเกมต่อเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง คิรินมานั่งที่โต๊ะจนฉันต้องหยุดเล่นเกมไป

หลังจากที่ฉันเปิดฝาชี บทสนทนาจึงได้เริ่มต้นขึ้น

“เมื่อคืนเจ้าหลับสบายดีไหม” คิรินถามขึ้น

“เอ่อ... สบายดีค่ะ สบายจนนึกว่าสลบไปเลย”

“เอ่อจริงด้วย เมื่อวานข้าขอโทษนะ”

“ขอโทษเรื่องอะไรคะ”

ฉันสังเกตว่าคิรินหูแดง (อีกแล้ว)

“เปล่าๆ ไม่มีอะไร”

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วถอนหายใจไปพักหนึ่ง

 

“เรื่องเมื่อคืน เจ้าตัดสินใจได้รึยังละ” คิรินถามขึ้น จนตอนนี้ต่างคนต่างเหลือข้าวแค่ครึ่งจานเท่านั้น

“คงไปแหละค่ะ เพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว”

“ได้ๆ พอดีพรุ่งนี้มิติระหว่างที่นี่กับดินแดนของข้ารอยต่อเลื่อนเฉพาะพรุ่งนี้น่ะ”

“มิติรอยเลื่อน?”

“ใช่ เจ้าคงไม่รู้จักสินะ”

“ไม่เคยได้ยินมากกว่าค่ะ” คิรินเงียบไปพักหนึ่งจนฉันถามต่อ “คืนนี้ต้องเตรียมของเลยไหมคะ”

“เตรียมเลยสิ ตอนนี้ก็ยังได้” คิรินพูดขึ้น “พรุ่งนี้มิติรอยเลื่อนจะอยู่แถวๆร้านหมูกระทะที่พวกเจ้าไปกันเมื่อวันก่อนนั่นแหละ ตรงนั้นน่าจะมีถังขยะไม่ก็ท่อน้ำอยู่”

“ตรงนั้น เท่าที่สังเกตจะมีฝาท่อน้ำที่ยังปิดไม่สนิทนะคะ”

“ตรงนั้นแหละ พวกเราจะไปกันตอนช่วงเย็นๆ”

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วกินข้าวต่อ

 

หลังจากกินข้าวหมดแล้ว ฉันเป็นล้างจานเหมือนเดิม คิรินจึงพูดต่อ

“ที่ดินแดนของข้า ในตอนนี้จะเป็นฤดูหนาว บางครั้งฝนก็ตก ยังไงเจ้าก็อย่าลืมเอาเสื้อกันหนาวไปด้วยละกัน”

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วถามต่อ “แล้วกลางวันกับกลางคืนยาวนานเท่าไหร่คะ”

“มีแค่ช่วงเย็นกับกลางคืน รวมๆกัน 20 ชั่วโมง ละก็ เวลาจะเดินเร็วกว่าที่นี่ คือ ทุกๆ 3 วัน คือ 1 วันของที่นี่ ดังนั้น ถ้าเป็นที่นั่น จะไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย แต่จะเห็นพระจันทร์ 2 ดวงในท้องฟ้าเดียวกัน”

“เอ๋? พระจันทร์สองดวง แล้วจะไม่ชนกันหรอคะ”

“ไม่ชนกันหรอก แล้วพระจันทร์มีตำนานด้วยนะ ไว้ข้าจะเล่าให้ฟัง”

“ค่ะ” หลังจากนั้นฉันเดินไปเตรียมของทันที

“เอ้อ กระเป๋าข้ามีอีกใบนะ ไว้ใส่กับของข้าก็ได้”

“อ่อ ขอบคุณค่ะ”

คิรินใช้เวทมนต์บางอย่างแล้วกระเป๋าสีฟ้าใบใหญ่ไปหนึ่งตกลงมาใส่ศีรษะของฉัน

“โอ๊ย! เจ็บๆๆ ทำไมต้องมาลงเอาตรงนี้ด้วย”

“อ้าว ข้าขอโทษ เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ สบายมาก”

และแน่นอนว่า ฉันเตรียมของจนเสร็จภายในชั่วโมงครึ่ง แล้วไปนอนที่โซฟา ส่วนคิรินก็ไปนอนที่เตียงเหมือนเดิม

 

เช้าวันรุ่งขึ้น กระเป๋ายังคงอยู่ที่เดิม ส่วนคิริน แน่นอนว่าตราบใดยังคงเห็นแสงอาทิตย์ ยังไม่ตื่นง่ายๆหรอก ฉันเตรียมพวกของกินไปด้วยเพราะกลัวว่าจะกินอาหารที่นั่นไม่ได้ อาหารสดยังเอาใส่ตู้เย็น ส่วนอาหารสำเร็จรูปก็ใส่ในกระเป๋า แถมยังเอาน้ำขวดเล็กๆไปด้วยเพราะฉันไม่รู้ว่าน้ำที่นั่นจะดื่มได้ไหม สะอาดพอที่จะดื่มไหม

 

พอถึงตอนบ่ายสามโมง ฉันสำรวจของจนเสร็จ แล้วคิรินก็ตื่นขึ้น

“หาว เท่าไหร่แล้วเนี่ย” คิรินถามขึ้น

“บ่ายสามค่ะ ตื่นไวเหมือนกันนะคะนี่”

“ไปช่วง 5 – 6 โมง ข้าว่าคงทัน” คิรินพูดถึงแล้วหันไปที่นาฬิกาปลุกลายมินเนียน

“โอเคเลยค่ะ ต้องทำอะไรก่อนรึเปล่าคะ”

ตอนนี้ฉันอยู่ในชุดเอี๊ยมยีนส์กางเกงขาสั้น เสื้อยืดแขนสั้น

“ข้าว่าเจ้าอาจจะต้องเปลี่ยนชุดซะหน่อย อย่างที่ข้าบอกว่าอากาศหนาว”

นี่เขาคงไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ใช่ไหม

 

ฉันกลับไปเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาว ใส่เสื้อแขนยาวฮู้ดกระต่ายสีชมพู ทองเท้าผ้าใบสีชมพูลาย Marie เป็นชุดที่ไม่ได้รู้สึกว่าร้อนจนเกินไป แต่อาจจะหนาวบ้างเพราะไม่ได้อุ่นพอที่จะกันหนาวได้มาก

“แบบนั้นแหละ จะได้เหมาะกับสภาพอากาศหน่อย”

“ค่ะ” ฉันขานรับ

หลังจากที่คิรินเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาก็ใช้เวทมนต์ย่อกระเป๋าลงให้เหลือไว้พอดีมือ และฉันก็เอาเป้าเพื่อใส่มือถือและของอื่นๆที่จำเป็นใช้ เช่น ผ้าปิดตา เครื่องสำอาง ไว้ด้วย

 

เมื่อฉันขึ้นรถมาที่ร้านหมูกระทะที่เคยมาตอนนั้น คิรินก็พยายามเปิดฝาท่อออก ภายในแทนที่จะเป็นท่อน้ำกลับเป็นห้วงมิติสีม่วง-ดำอยู่ข้างใน

“ที่นี่แหละ ข้าและเจ้าจะต้องเข้าไป” คิรินเงียบแล้วจึงลงไปก่อน “งั้น เจ้าตามมานะ แล้วก็ปิดฝาท่อด้วย”

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วหลังจากนั้นก็กระโดดลงไปโดยที่ไม่มีใครเห็น

 

ท่ามกลางความมืดสนิท ไม่มีแสงไฟ ฉันจึงเปิดไฟฉายพบว่าไม่ช่วยอะไร ตัวยังรู้สึกลอยๆด้วย

“อีกกี่นาทีถึงคะ” ฉันถาม

“อีกสักพักแหละ เจ้าหลับตาแล้วจับมือข้าไว้นะ”

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วทำตามที่คิรินบอก

 

ฉันสัมผัสได้ถึงอากาศเย็นทีละน้อยๆ แล้วหนาวจนแทบจะเป็นขั้วโลกอยู่แล้ว จนในที่สุด ทองเท้าของฉันก็แตะลงไปในบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายจะเป็นทราย แต่ก็ไม่ใช่

“เอาละ เจ้าลืมตาได้แล้ว จะปล่อยมือข้าก็ได้นะ”

ฉันลืมตา ก็พบว่าเป็นทางหิมะสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสีม่วงลายตารางสลับกับสีดำ มีดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว 2 ดวงลอยอยู่บนท้องฟ้า

ที่นี่คือที่ไหนกัน...

  • Like 1
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 11 สำรวจเส้นทาง

ที่นี่ที่ไหนไม่รู้ รู้แค่ว่า ที่นี่มีแต่หิมะและท้องฟ้าสีม่วงสลับดำลายตาราง ไม่มีต้นไม้เลยสักต้น ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ และฉันก็รู้สึกหนาวสั่นแทบบ้า อุณหภูมิที่วัดในมือถือ ตอนนี้อยู่ที่ -10 องศาเซลเซียส ไม่ระบุพิกัด แสดงว่าอินเทอร์เน็ตที่นี่ใช้ได้แฮะ แปลกดีเหมือนกัน

“นี่ถุงมือ เหมือนเจ้าจะไม่ได้พกในกระเป๋านะ” คิรินพูดขึ้นแล้วยื่นถุงมือให้

“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับถุงมือแล้วถามคิริน “แล้วที่นี่ที่ไหนคะ”

“สโนว์กราวนด์น่ะ ที่นี่มีแต่หิมะ แถวนี้ไม่ได้มีอะไรใกล้ๆด้วย”

บรื๋อ หนาว หนาวมาก ฉันกระโดดย่ำอยู่กับที่เพื่อที่จะให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาบ้าง

“เจ้าหนาวหรอ อ่ะ” พอคิรินพูดจบเขาใช้เวทมนต์เพื่อเปิดกระเป๋าของฉัน

“กระเป๋าของไวท์ใช่ไหมคะ ขอบคุณค่ะ” ฉันรีบถอดกระเป๋าเป้แล้วหยิบเสื้อแขนยาวของตัวเองเข้ามาใส่

“ดีขึ้นไหม” คิรินถามในขณะที่ฉันกลับมาแบกกระเป๋าเป้และคิรินใช้เวทมนต์อีกครั้งเพื่อเก็บกระเป๋า

“ดีขึ้นบ้างค่ะ” ฉันตอบ “แล้วต้องเดินอีกไกลไหมคะ”

“ไกลนะ เผลอๆพวกเราเจอพายุหิมะอีก” คิรินพูดขึ้น “อย่างที่ข้าบอกว่าตอนนี้เป็นฤดูหนาว ฤดูหนึ่งใช้เวลา 50 ปี และตอนนี้เข้าปีที่ 22 แล้ว”

“หา?? นานขนาดนั้นเลยหรอคะ”

“ปกติของที่โลกใบนี้เลยแหละ”

 

ฉันกับคิรินเดินมาเรื่อยๆอย่างไร้ทิศทาง ถึงแม้ว่าจะอีกไกลแค่ไหนก็ตาม ในขณะที่เดินฉันได้เปิด Google Map แล้วพบว่า... ไม่มีข้อมูลของโลกใบนี้เลย

“เฮ้อ ใช้เน็ตได้แต่เปิด Google Map ไม่ได้นี่แย่ชะมัด” นั่นแหละ เสียงฉันเอง

“เดี๋ยวข้าขอดูแผนที่ในกระเป๋าก่อนนะว่ามีของที่นี่ไหม” คิรินพูดขึ้น “ถ้าให้เปรียบเทียบกับโลกของเจ้า ที่นี่ ถ้าไม่ใช่ขั้วโลกเหนือ ก็ขั้วโลกใต้สินะ”

“เอ่อ... อันนั้นเป็นกลุ่มน้ำแข็งค่ะ หิมะตกลงมาก็มีเหมือนกัน”

ฉันกับคิรินหยุดเดินแล้วให้เขาลองเปิดแผนที่ “เจ้ามีเข็มทิศไหม”

“สักครู่นะคะ” ที่จริงฉันไม่มีเข็มทิศหรอก มีแต่ในมือถือ เปิดขึ้นมาก็ใช้ได้เลยแฮะ

“ขอบใจเจ้ามาก” ฉันยื่นมือถือให้คิรินแล้วต่างคนต่างนั่งลงบนหิมะ

 

“ตอนนี้พวกเราหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้าเดินทางมาทางทิศใต้จะเป็นสโนวฟอเรสต์”

“ป่าหิมะสินะคะ ถ้าตัวไวท์เองจะเรียกว่าป่าทุนดราค่ะ” ฉันพูดขึ้น

“นี่มือถือเจ้า พวกเราต้องเดินกลับมา”

“ค่ะ” ฉันขานรับแล้วเก็บมือถือไป

 

ป่าหิมะเนี่ย เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที หนาวก็หนาว

“เอ่อ วิ่งได้ไหมคะ” ฉันถามคิริน

“แล้วแต่เจ้า” คิรินตอบ พูดเสร็จันก็รีบวิ่งเลย “รอข้าด้วย”

ที่ฉันต้องการวิ่ง เพื่อร่างกายอบอุ่นนะ ฉันไม่เคยเจออากาศหนาวขนาดนี้ในชีวิตเลยสักครั้ง

 

หลังจากที่ฉันกับคิรินวิ่งมาเรื่อยๆจนถึงป่าหิมะ ฉันก็นั่งพักอยู่ใต้ต้นสนที่มีหิมะเกาะอยู่

“เหนื่อยเลย แค่ร่างกายอบอุ่นก็ดีใจแล้วเนี่ย แฮ่ก ๆๆ”

หลังจากนั้น ก้อนหิมะก็ตกลงมา

“นี่มันอะไรกันเนี่ย” ฉันพูดขึ้นท่ามกลางหิมะที่ปกคลุมเต็มตัว

“ฮ่าๆๆ เจ้าไม่ควรไปนั่งตรงนั้นด้วยซ้ำ เดี๋ยวข้าช่วยเอาออกให้” หลังจากนั้นคิรินก็เอาหิมะออกให้จนหมด

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันขอบคุณแล้วพูดขึ้นต่อ “พักตรงนี้หน่อยไหมคะ วิ่งจนเหนื่อยเลย โชคดีที่ตอนนี้พอมีแสงสว่างบ้าง”

“ได้ๆ ตามสบายเจ้าเลย” คิรินตอบ “ว่าแต่ ถ้าพูดถึงหิมะเจ้านึกถึงอะไร”

“ความหนาวเย็นค่ะ ที่ๆไวท์อยู่ ฤดูหนาวไม่มีหิมะหรอกค่ะ” ฉันพูดขึ้น “แต่แปลกนะคะ ที่นี่ไม่มีตัวอะไรอาศัยอยู่เลย”

“ดีแล้ว ถ้ามีคงลำบากเจ้าแล้วละ” คิรินพูดขึ้น “ที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตตัวไหนอาศัยอยู่ได้เลย แม้แต่พวกข้าก็เถอะ”

หลังจากนั้น ฉันลูกขึ้นเพื่อวอร์มอัพร่างกาย เพราะสภาพอากาศที่นี่ฉันเองก็ไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่

“ไปต่อไหมคะ เกรงว่าจะมืดลง ที่นี่ก็ไม่มีบ้านพักเลยด้วย” ฉันถามคิริน

“เจ้าดูคึกดีนะ ไปต่อก็ได้ ถ้าหาที่พักแถวนี้ได้ก็จะพัก” คิรินตอบ

ฉันเดินไปเรื่อยๆ จนพ้นป่าหิมะ ตอนนี้เห็นบ้านอยู่หลังหนึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวท่ามกลางป่าสน ซึ่งตอนนี้หิมะเริ่มน้อยลงจากที่เดินผ่านเมื่อครู่นี้

ฉันนั่งลงที่ท่อนไม้ท่อนหนึ่ง ขอพักหายใจก่อน

“เหนื่อยแล้วหรอ” คิรินถาม

“ค่ะ ขอนั่งพักสักครู่นะคะ” ฉันตอบ “ตอนนี้เราจะไปที่ไหนกันคะ”

“ถ้าเอาที่ใกล้ที่สุด ข้าจะพาไปพักที่บ้านตากอากาศของข้าก่อน ใช้เวลา 2 วัน กว่าจะเดินถึง” คิรินตอบ

“2 วัน!!!” อะไรเนี่ย ยิ่งกว่าค่ายเนตรนารีที่ฉันเดินอีก

“เอาน่า เจ้าเพิ่งเคยเดินทางใกล้ครั้งแรก ใช่ไหม?” คิรินพูดขึ้น “เหมือนหลายปีก่อนในโลกของเจ้านั่นแหละ”

“ค่ะ” ฉันขานรับ ว่าแต่อยากหาอะไรอุ่นๆมาดื่มบ้างจัง

“ข้าว่า หาอะไรมาผิงไฟแถวนี้ไหม เผื่อเจ้าจะอุ่นขึ้น” คิรินถามแล้วมองหาไม้ใกล้ๆ

“ก็ดีนะคะ” ฉันตอบ ตอนนี้ถึงแม้จะเห็นหิมะบ้าง จากที่เปิดในมือถือ อุณหภูมิยังติดลบอยู่เลย

“เดี๋ยวข้าไปหาไม้สักครู่นะ เดี๋ยวจะรีบกลับมา”

หลังจากนั้น คิรินก็เดินไปเก็บไม้ตามทาง

ตอนนี้ก็มืดแล้ว คืนนี้ขอพักตรงนี้ละกันเนอะ

  • Like 2
Link to comment
Share on other sites

ตอนที่ 12 ลมหนาวที่ปรับแทบตัวไม่ทัน

 

หลังจากนั้น คิรินก็เดินกลับมาพร้อมกับเศษไม้ แล้ววางลงบนพื้น

“เจ้าช่วยเรียงไม้พวกนี้ให้หน่อย เดี๋ยวไฟจะติดนิดเดียว แล้วก็แบ่งไว้พรุ่งนี้ด้วย” คิรินพูดขึ้น

“ค่ะ” แล้วฉันก็เป็นคนเรียงไม้แล้วคิรินใช้เวทมนต์ในการจุดไฟ

“ไฟติดแล้ว เราจะพักกันที่นี่สักคืน หวังว่าคืนนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ” คิรินพูดขึ้น “ในกระเป๋าของเจ้ามีอะไรให้กินไหม”

“ไม่ได้เอาเนื้อสัตว์มานะคะ อาหารสำเร็จรูปมีแต่ทำมาจากพืช” ฉันพูดขึ้น

“ไม่เป็นไร ข้ากินได้” คิรินพูดขึ้น แล้วฉันยื่นธัญพืชแท่งให้ 2 ชิ้น “ขอบใจเจ้ามาก”

 

กาลเวลาผ่านผ่านไป ฉันกับคิรินกินธัญพืชแท่งจนอิ่มแล้ว ฉันก็นอนลงทันทีแล้วถอดแว่นออก

“ท้องฟ้าที่นี่สวยเหมือนกันนะ” ฉันพูดขึ้น “เป็นอะไรที่แปลกตาดี”

ท้องฟ้าตอนนี้เป็นสีม่วงเข้มสลับดำแบบตาราง ตรงสีดำนั้นยังมีดวงดาวส่องสว่างอยู่ แต่ไม่เห็นดวงจันทร์เลย

“ตรงม่วงๆนั่นคืออะไรคะ” ฉันถามคิริน

“นั่นคือชั้นบรรยากาศ ถูกสร้างขึ้นโดยไม่สมบูรณ์แบบ”

“ไม่สมบูรณ์แบบ?”

“ข้าอธิบายไป เจ้าก็ไม่เข้าใจหรอก” คิรินพูดขึ้น “ไม่มีใครรู้ด้วยว่าชั้นบรรยากาศตรงนั้นเป็นยังไง คนบนโลกนี้ยังไม่เคยไปสำรวจเลยถึง ถึงข้าบินไป ไม่ถึงหรอก มันสูงมาก สูงกว่าที่เจ้าคิดอีก”

หลังจากนั้น จากที่คิรินนั่งอยู่ตรงข้ามฉัน ตอนนี้ย้ายมานอนหัวชนหัวกับฉันเลย

“ถ้าเจ้าหนาว ข้ายินดีให้นอนกอดนะ” แล้วคิรินก็หัวเราะคิกคัก

ฮัลโหล! ไม่เอาแบบนี้ได้ไหม

 

“งั้นคืนนี้ก็นอนหลับละกันนะ ราตรีสวัสดิ์” คิรินพูดขึ้นแล้วก็หลับตาลง

“ค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ฉันพูดขึ้น ตอนนี้คงหลับไปแล้วแหละ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น (ไม่น่าเรียกว่าเช้า ยังมืดอยู่เลย) ฉันก็พบว่า กองไฟที่คิรินทำไว้ ก็ดับไปแล้ว ฉันลุกขึ้นแล้วดื่มน้ำ ระหว่างนั้นคิรินก็ลุกขึ้นบ้าง

“ตื่นแล้วหรอ” คิรินถามฉัน

“ค่ะ ตื่นแล้วค่ะ”

“หลับสบายดีไหม”

“สบายดีค่ะ แต่รู้สึกว่าอากาศเย็นอยู่ค่ะ”

ตอนนี้ก็พบว่า -3 องศาเซลเซียส จะเดินทางต่อดีไหมนะ

 

“เจ้าหาอะไรส่องไฟก็ได้นะ เจ้าจะได้มองเห็นด้วย” คิรินพูดขึ้น แล้วฉันก็หยิบกระบอกไฟฉายขึ้นมา

“ผ่านป่าต้นสนนี้แล้วจะไปที่ไหนต่อคะ”

“ก็จะเป็นป่าดงดิบ ตรงนั้นก็จะมีบ้านของข้าอยู่” คิรินพูดขึ้น “แต่อีกพักใหญ่ๆน่าจะถึง ถ้าเทียบกับโลกของเจ้าก็คือเย็นนี้”

ถึงเย็นนี้เลยหรอ

 

ในที่สุดก็มาถึงทางเข้าป่าดงดิบ ตรงใกล้ๆทางเข้านั้นยังมีถ้ำหิมะอยู่

“ข้างในนั้นมีคืออะไรคะ” ฉันถามด้วยความสงสัย

“ตรงนั้นค่อนข้าอันตราย มีค้างคาวที่ชอบปล่อยพิษอยู่ และตรงนั้นยังเป็นรอยเลื่อนระหว่างมิติไปอีกโลกหนึ่ง ซึ่งตอนนี้น่าจะยังไม่เปิด” คิรินพูดขึ้น

“เอ๋? ที่นี่เชื่อมหลายโลกเข้าด้วยกันหรอคะ”

“ใช้ แต่เรื่องพวกนี้ยังไม่เข้าถึงเจ้าเท่าไหร่”

“ยังไม่เข้าถึง?”

“ถ้าให้ข้าอธิบาย คงเรื่องเยอะแหละ แต่ไม่ได้หมายความว่า โลกใบนี้เป็นศูนย์กลางของรอยเลื่อนมิตินะ”

ฉันกับคิรินเดินเข้ามาในป่าดงดิบ แล้วก็เห็นผลไม้นานาชนิดอยู่เต็มไปหมด

“พวกนี้กินได้ไหมคะ” ฉันถาม

“ได้ๆ อยากกินก็กินสิ แถมที่นี่มาของแปลกๆที่เจ้าไม่เคยกินมาก่อนด้วยนะ บางชนิดไม่ต้องแกะเปลือกด้วย” คิรินพูดขึ้น “เดี๋ยวข้ากินด้วย”

 

หลังจากที่เก็บมาได้จำนวนหนึ่ง (เทียบได้ประมาณกล่องไปรษณีย์ขนาด ค) พวกเราก็ช่วยกันกินจนอิ่ม

“ข้าจะบอกว่า ผลไม้บางชนิด เพิ่มพลังงานได้เหมือนข้าวที่เจ้ากิน เช่น ผลม่วงๆที่เป็นฟักข้าวโพดนี่” คิรินพูดขึ้น

“อิ่มจังเลย” หลังจากนั้นฉันก็นอนหงายไปกับพื้นพร้อมกับลูกท้องตัวเอง “อิ่มกว่าอาหารสำเร็จรูปที่ไวท์ซื้อมาอีก”

“เอ้อ ข้ามีบางอย่างที่จะให้เจ้าชิม” คิรินเดินออกไปตรงต้นไม้ที่มียางใกล้ๆ

เดี๋ยวๆๆ นี่จะให้กินยางไม้รึไง

 

ฉันลุกขึ้นแล้วสังเกตว่าคิรินตัดเปลือกไม้ของต้นไม่ชนิดหนึ่งเพื่อเอายางไม้ แล้วใช้แก้วของตัวเองขนาดใหญ่มาเติมยางไม้นั้น เวลาผ่านไปไม่นาน คิรินก็เดินกลับมา

“ว่าจะลองให้เจ้าชิมดู ปกติที่โลกของเจ้าไม่ดื่มยางไม้ใช่ไหม” คิรินถาม

“ใช่ค่ะ” แล้วฉันก็ลองชิมดู

 

ยางไม้เป็นสีเขียวใสๆ ทำไมกลิ่นเหมือนกับมัทฉะลาเต้ที่ฉันเคยดื่มตามร้านคาเฟ่กันนะ...

“อร่อยไหม” คิรินถาม

“อร่อยมากค่ะ กลิ่นคล้ายๆชาเขียวเลย” พอฉันพูดจบ ลมหนาวก็เริ่ม